<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>ดูดวง ดวง ทำนายฝัน ดูดวงฟรี ดูดวงแม่นๆ หลายรูปแบบ ทำนายฝัน ดูดวงความรัก ดูดวงรายวัน ดูดวงรายปักษ์ ดูดวงรายเดือน ดูดวงรายปี เซียมซี ทายนิสัย แบบทดสอบ</title>
	<atom:link href="http://www.horadaily.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.horadaily.com</link>
	<description>ดวง,ดูดวง,ทำนาย,พยากรณ์,ราศี,ดวงเกิด,เนื้อคู่ ดวง,ดูดวงเกิด, ดูดวงเนื้อคู่</description>
	<lastBuildDate>Fri, 04 May 2012 08:30:27 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.3.2</generator>
		<item>
		<title>คนที่เกิดวันที่ 4,8,,13,17,22,26,31 เลขรหัสแห่งวิบากกรรม</title>
		<link>http://www.horadaily.com/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-481317222631-%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%82%e0%b8%a3/</link>
		<comments>http://www.horadaily.com/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-481317222631-%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%82%e0%b8%a3/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 04 May 2012 08:22:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ทำนาย ทายใจ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.horadaily.com/?p=2137</guid>
		<description><![CDATA[<br/>คนที่เกิดวันที่ 4,8,,13,17,22,26,31 เลขรหัสแห่งวิบากกรรม &#160; ใครก็ตามที่เกิดใน 2 กลุ่มดังต่อไปนี้ คือ เลข 4 และ เลข 8 คือรหัสแห่งวิบากกรม กลุ่มเลข 4 คือ คนที่เกิดวันที่ 4 13 22 และ 31 เพราะ เลช 13 ถ้าทำเป็นเลขหลักเดียว คือ 1+3 =4 22 คือ 2+2 = 4 31 คือ 3+1 = 4 ดังนั้น คนที่เกิดใน 4 วันนี้คือ กลุ่มของคนเลข 4 ต่อไปเป็นหลุ่มของคนเลข 8  คือคนที่เกิดวันที่ 8 17 26 17 คือ 1+7 = 8 26 คือ 2+6 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<br/><p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.horadaily.com/wp-content/uploads/2012/05/013.jpg"><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-2143" title="013" src="http://www.horadaily.com/wp-content/uploads/2012/05/013-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></a></p>
<p>คนที่เกิดวันที่ <span style="color: #ff0000;"><strong>4,8,,13,17,22,26,31</strong></span> เลขรหัสแห่งวิบากกรรม</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>ใครก็ตามที่เกิดใน 2 กลุ่มดังต่อไปนี้ คือ เลข 4 และ เลข 8 คือรหัสแห่งวิบากกรม</p>
<p>กลุ่มเลข <span style="color: #0033cc;">4</span> คือ คนที่เกิดวันที่ 4 13 22 และ 31<br />
เพราะ เลช 13 ถ้าทำเป็นเลขหลักเดียว คือ 1+3 =4<br />
22 คือ 2+2 = 4<br />
31 คือ 3+1 = 4</p>
<p>ดังนั้น คนที่เกิดใน 4 วันนี้คือ กลุ่มของคนเลข 4</p>
<p>ต่อไปเป็นหลุ่มของคนเลข <span style="color: #cc3399;">8 </span><br />
คือคนที่เกิดวันที่ 8 17 26</p>
<p>17 คือ 1+7 = 8<br />
26 คือ 2+6 = 8</p>
<p>ดังนั้น คนที่เกิดวันทั้ง 3 นี้คือ กลุ่มของคนเลข 8</p>
<p>ใครก็ตามที่เกิดใน กลุ่ม เลข 4 หรือเลข 8 จะต้องมีชะตาชีวิตที่แปลกกว่าคนเกิดวันอื่นๆ</p>
<p>และ ทั้ง 2 กลุ่มนี้จะต้องมาสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันในภพชาตินี้ ไม่ว่าจะมาเป็นพ่อ แม่ พี่น้อง หรือเป็นเพื่อน หรือคนรักเนื้อคู่กัน อย่างใดอย่างหนึ่งหรือรวมๆกันเลย</p>
<p>เช่น พ่อเกิดวันที่ 13 (กลุ่มเลข 4)<br />
ลูกเกิดวันที่ 8 ( กลุ่มเลข 8 )<br />
แม่เกิดวันที่ 26 ( กลุ่มเลข 8 )</p>
<p>และจะต้องเจอวิบากรรมร่วมกัน จึงเรียกว่าเป็นเลขรหัสแห่งวิบากกรรม ต้องมาชดใช้กรรมร่วมกัน<br />
และเป็นเรื่องที่เข้มข้น ท้าทายชีวิต และกระทบกระเทือนจิตใจด้วย แต่จะมากน้อยก็ขึ้นกับวิบากกรรมจะส่งผลมา และต้องร่วมรับและชดใช้ร่วมกัน</p>
<p>เพราะเมื่อดีตชาติ คน 2 กลุ่มนี้เคยทำกรรมหนักมาร่วมกัน แต่ภายหลังรู้ว่าหลักของกรรม รู้ว่ากรรมของตัวเองที่เคยก่อไว้นั้นจะส่งผลให้อย่างใหญ่หลวงอย่างไร จึงชิงทำบุญใหญ่ไว้ก่อนแล้วอธิษฐานเพื่อให้บุญนั้นมาส่งผลให้ก่อน</p>
<p>แล้วก็เป็นตามนั้นคือ บุญส่งผลให้พวกเขาได้เสวยผลบุญไปก่อน อาจได้เกิดในสวรรค์ แต่เมื่อบุญนั้นหมดแล้ว กรรมหนักนั้นก็ตามมาทัน พวกคนเหล่านี้ จึงต้องมาเกิดวันที่ 4 8 13 17 22 26 31</p>
<p>ผมขอยกตัวอย่าง ของคน 2 กลุ่มนี้คือกลุ่มเลข 4 (4 13 22 31) กับ 8 (8 17 26 )<br />
ที่ต้องมาพบวิบากกรรมร่วมกัน แต่จะไม่ขอเอ่ยชื่อแต่จะพูดเป็นนัยๆ และเชื่อว่าคุณก็เดาได้</p>
<p>เป็นสองสามี ภรรยา</p>
<p>ฝ่ายชาย เกิดวันที่ 26 กรกฎาคม (กลุ่มเลข 8 )<br />
เขาเป็นคนที่มีอำนาจบารมีในทางโลก เคยเป็นตำรวจยศพันตำรวจโท<br />
และจบปริญญเอก เป็นดอกเตอร์ และต่อมาทำธรกิจสื่อสารมวลชน จนร่ำรวยเป็นเศรษฐีอันดับหนึ่งของปะเทศ และหันมาเล่นการเมือง จนได้เป็นผู้นำประเทศ</p>
<p>ส่วนภรรยาของเขา<br />
เกิดวันที่ 22 พฤศจิกายน (กลุ่มเลข 4)</p>
<p>แล้วเกิดอะไรขึ้น เลขแห่งวิบากรรมส่งผล ทั้งสองต้องเจออะไรบ้าง แล้วตอนนี้เหลืออะไรบ้าง</p>
<p>อีกตัวอย่างหนึ่งคือ ตัวผมเองแหละ ก้กิดใน กลุ่มเหล่านี้ด้วย แต่ขอใม่บอกวันที่เกิดนะ</p>
<p>คุณพ่อผมเกิดวันที่ 17 (กลุ่มเลข 8)<br />
น้องสาวผมเกิดวันที่ 8 (กลุ่มเลข 8)<br />
คุณแม่ผมเกิดวันที่ 22 (กลุ่มเลข 4)</p>
<p>ก็เจออะไรต่อมิอะไรมากมาย แต่ตอนนี้ผมต้องมาอยูห่างพวกเขาเหล่านั้น ถ้าอยู่ใกล้กันเมือไหร่ เง้อ</p>
<p>และชีวิตผมต้องเจอคนสองกลุ่มนี้เลย ไม่ว่าผมจะอยู่ที่ไหน ถ้าต้องเจอคน จะเจอคน 2 กลุ่มนี้โดยเลี่ยงไมได้<br />
ผมเคยมีแฟน แฟนผมเกิดวันที่ 26 (กลุ่มเลข 8) แล้วก็เลิกร้างกันไปแบบเจ็บปวด</p>
<p>ตอนเรียนมหาลัย ผมเช่าคอนโดอยู่กับเพื่อนคนนึง เขาเกิดวันที่ 22 (กลุ่มเลข 4)<br />
ผมกับเพื่อนคนนี้ ไม่ได้โกรธกันนะ แต่ไม่เคยคุยกันเลย ทั้งๆที่อยู่ด้วยกันนะ เจอกันทุกวัน</p>
<p>และส่วนใหญ่ชีวิตผมจะเจอคนเกิดวันที่ 8 มากที่สุดไม่ว่าผมจะทำอะไรที่ต้องเกี่ยวข้องกับผู้คน</p>
<p>ผมขอลงรายละเอียดของคนที่เกิด 2 กลุ่มนี้ สัก 2 วัน</p>
<p>เอาเป็นคนเกิดวันที่ 4 ละกัน</p>
<p>คนที่เกิดวันที่ 4 มี 2 แบบ คือ<br />
1 แบบปรกติ คือคนที่มีชีวิตแบบคนธรรมดาทั่วไป ไม่มีอะไรมาก เป็นไปตามกรรมของเขา<br />
2 แบบพิเศษ คือ คนเหล่านี้ เคยบำเพ็ญบารมีมามากจนแทบหมดสิ้นกิเลสแล้ว และเข้าใจสัจธรรมจนตัวเองสามารถหลุดพ้นได้ แต่เพราะเขายังห่วงคนที่เคยร่วมบุญกันมากับเขา เช่น คนที่เคยมีบุญคุณกับเขาที่ยังไม่ได้ตอบแทน และคนเกิดวันที่ 4 ประเภทนี้ จึงยอมมาเกิดเพื่อมาช่วยเหลือคนเหล่านี้<br />
และยอมรับทุกข์ในชีวิตมากมาย</p>
<p>คนที่เกิดวันที่ 17 (กลุ่มเลข 8)<br />
คือคนต้องพบกับวิบากรรมหนักๆจากคนใกล้ตัว เป็นเหมือนบททดสอบจิตใจ และต้องแก้ปัญหาให้พวกเขาทั้งๆที่ตัวเองไมได้ก่อ</p>
<p>หากคุณที่เกิดใน 2 กลุ่มนี้ คือ 4(4 13 22 31) กับ 8 ( 8 17 26 )ลองตรวจสอบดูสิครับว่า คนที่คุณรู้จัก อาจเป็นคนในครอบครัวหรือคนรักหรือคนที่มาเกี่ยวข้องกับคุณในชีวิต เกิดใน 2 กลุ่มนี้หรือไม่</p>
<div class="plus-one-wrap"><g:plusone href="http://www.horadaily.com/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-481317222631-%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%82%e0%b8%a3/"></g:plusone></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.horadaily.com/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88-481317222631-%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%82%e0%b8%a3/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>คนที่ต้องเกิดมาสร้างบุญบารมีในชาตินี้</title>
		<link>http://www.horadaily.com/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%b8/</link>
		<comments>http://www.horadaily.com/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%b8/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 04 May 2012 08:03:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สร้างบุญ เสริมดวง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.horadaily.com/?p=2133</guid>
		<description><![CDATA[<br/>คนที่ต้องเกิดมาสร้างบุญบารมีในชาตินี้จะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มที่1 คือ ดูจากเดือน และ ปีเกิด กลุ่มที่2 คือ ดูจาก วัน และ ปีเกิด เอาจากกลุ่มที่ 1 ก่อน คนที่เกิดมาเพื่อสร้างบารมีในชาตินี้คือ คนที่เกิด เดือน และ ปี ดังต่อไปนี้ 1 เกิดเดือนมีนาคม ปี ฉลู 2 เกิดเดือนเมษา ปี ขาล 3 เกิดเดือนพฤษภา ปี เถาะ 4 เกิดเดือน มิถุนา ปี มะโรง 5 เกิดเดือนกรกฎา ปี มะเส็ง 6 เกิดเดือนสิงหา ปี มะเมีย 7 เกิดเดือนกันยา ปี มะแม 8 เกิดเดือน ตุลา [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<br/><p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.horadaily.com/wp-content/uploads/2012/05/009.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-2134" title="009" src="http://www.horadaily.com/wp-content/uploads/2012/05/009.jpg" alt="" width="265" height="190" /></a></p>
<p>คนที่ต้องเกิดมาสร้างบุญบารมีในชาตินี้จะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม</p>
<p><strong>กลุ่มที่1 คือ ดูจากเดือน และ ปีเกิด</strong></p>
<p><strong>กลุ่มที่2 คือ ดูจาก วัน และ ปีเกิด</strong></p>
<p><strong>เอาจากกลุ่มที่ 1 ก่อน</strong></p>
<p>คนที่เกิดมาเพื่อสร้างบารมีในชาตินี้คือ</p>
<p>คนที่เกิด เดือน และ ปี ดังต่อไปนี้</p>
<p>1 เกิดเดือนมีนาคม ปี ฉลู</p>
<p>2 เกิดเดือนเมษา ปี ขาล</p>
<p>3 เกิดเดือนพฤษภา ปี เถาะ</p>
<p>4 เกิดเดือน มิถุนา ปี มะโรง</p>
<p>5 เกิดเดือนกรกฎา ปี มะเส็ง</p>
<p>6 เกิดเดือนสิงหา ปี มะเมีย</p>
<p>7 เกิดเดือนกันยา ปี มะแม</p>
<p>8 เกิดเดือน ตุลา ปี วอก</p>
<p>9 เกิดเดือน พฤศจิกา ปี ระกา</p>
<p>10 เกิดเดือน ธันวา ปี จอ</p>
<p>11 เกิดเดือนมกรา ปี กุน</p>
<p>&#8230;&#8230;<br />
<strong>กลุ่มที่ 2 คือคนที่ เกิด วัน และ ปี ดังนี้</strong></p>
<p>1 เกิดวันอาทิตย์ ปี ฉลู หรือ ปีวอก</p>
<p>2 เกิดวันจันทร์ ปี ขาล หรือ ปี ระกา</p>
<p>3 เกิดวันอังคาร ปี เถาะ หรือ ปี จอ</p>
<p>4 เกิดวันพุธ ปี มะโรง หรือ ปี กุน</p>
<p>5 เกิดวันพฤหัส ปี มะเส็ง</p>
<p>6 เกิดวันศุกร์ ปี มะเมีย</p>
<p>7 เกิดวันเสาร์ ปี มะแม หรือ ปี ชวด</p>
<p>โดยกลุ่มที่ 1 จะเกิดศรัทธาในทางธรรมได้ง่ายกว่า กลุ่มที่ 2<br />
กลุ่มที่ 2 ต้องเจออะไรหนักๆ หรือ เจออะไรหลอนๆ ก่อนจะเชื่อในธรรมะ</p>
<p>คน 2 กลุ่มนี้จะสนใจธรรมะ และฝักใฝ่บุญกุศลมาก และหลายคนก็สนใจดูดวง<br />
และสนเรื่องคนมีญาณด้วย และจะก้าวหน้าในการ</p>
<p>&nbsp;</p>
<p>&nbsp;</p>
<p><span style="color: #0000ff;">หมายเหตุ วัน เวลา เกิดนี้ นับตามจันทรคติ หรือ เวลาโทยเดิม หรือเวลาโหร คือนับวันใหม่ คือ 6.00 เช้า ไม่ใช่ เที่ยงคืน</span></p>
<div class="plus-one-wrap"><g:plusone href="http://www.horadaily.com/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%b8/"></g:plusone></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.horadaily.com/%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a1%e0%b8%b2%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%b8/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>อานิสงส์การแผ่เมตตา</title>
		<link>http://www.horadaily.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%95%e0%b8%b2/</link>
		<comments>http://www.horadaily.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%95%e0%b8%b2/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 01 Feb 2012 17:33:50 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สร้างบุญ เสริมดวง]]></category>
		<category><![CDATA[อานิสงส์การแผ่เมตตา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.horadaily.com/?p=2130</guid>
		<description><![CDATA[<br/>การแผ่เมตตาเป็นการฝึกจิตให้เป็นสมาธิ เรียกว่า การเจริญเมตตาภาวนาในการทำสมาธิ ภาวนา ครูบาอาจารย์ มักจะนำแผ่เมตตาก่อน จึงทำสมาธิต่อไป ผู้เจริญภาวนาเมตตาอยู่เนือง ๆ ย่อมมีผลอานิสงส์ตอบสนองถึง 10 อย่างคือ หลับอยู่สุข ตื่นเป็นสุข ไม่ฝันร้าย เป็นที่รักของมวลมนุษย์ ทวยเทพเทวดาพิทักษ์รักษา ไฟยาพิษ ศัตราอาวุธไม่กล้ำกรายแคล้วคลาด จิตเป็นสมาธิเร็ว ผิวหน้าผ่องใส ทำให้มีสติก่อนตาย เมื่อยังไม่ถึงแก่ธรรมอันยิ่งย่อมไปเกิดในพรหมโลก สำหรับผู้ที่เราแผ่เมตตาไปถึงนั้นถ้าเป็นศัตรูก็จะกลับเป็นมิตร ถ้ามีเวรมีกรรมจะหมดเวรหมดกรรม ถ้าเป็นผู้ถูกเบียดเบียนจะพ้นจากการถูกเบียดเบียน ถ้ามีทุกข์จะตายจากความทุกข์]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<br/><p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.horadaily.com/wp-content/uploads/2012/02/039.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-2131" title="039" src="http://www.horadaily.com/wp-content/uploads/2012/02/039.jpg" alt="" width="225" height="225" /></a></p>
<p>การแผ่เมตตาเป็นการฝึกจิตให้เป็นสมาธิ เรียกว่า การเจริญเมตตาภาวนาในการทำสมาธิ ภาวนา ครูบาอาจารย์ มักจะนำแผ่เมตตาก่อน จึงทำสมาธิต่อไป ผู้เจริญภาวนาเมตตาอยู่เนือง ๆ ย่อมมีผลอานิสงส์ตอบสนองถึง 10 อย่างคือ</p>
<ol>
<li>หลับอยู่สุข</li>
<li>ตื่นเป็นสุข</li>
<li>ไม่ฝันร้าย</li>
<li>เป็นที่รักของมวลมนุษย์</li>
<li>ทวยเทพเทวดาพิทักษ์รักษา</li>
<li>ไฟยาพิษ ศัตราอาวุธไม่กล้ำกรายแคล้วคลาด</li>
<li>จิตเป็นสมาธิเร็ว</li>
<li>ผิวหน้าผ่องใส</li>
<li>ทำให้มีสติก่อนตาย</li>
<li>เมื่อยังไม่ถึงแก่ธรรมอันยิ่งย่อมไปเกิดในพรหมโลก</li>
</ol>
<p>สำหรับผู้ที่เราแผ่เมตตาไปถึงนั้นถ้าเป็นศัตรูก็จะกลับเป็นมิตร ถ้ามีเวรมีกรรมจะหมดเวรหมดกรรม ถ้าเป็นผู้ถูกเบียดเบียนจะพ้นจากการถูกเบียดเบียน ถ้ามีทุกข์จะตายจากความทุกข์</p>
<div class="plus-one-wrap"><g:plusone href="http://www.horadaily.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%95%e0%b8%b2/"></g:plusone></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.horadaily.com/%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8%b4%e0%b8%aa%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b9%8c%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%95%e0%b8%b2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เจ้ากงหมิง ไฉ่ซิงเอี้ย ภาคบู๊</title>
		<link>http://www.horadaily.com/%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%87-%e0%b9%84%e0%b8%89%e0%b9%88%e0%b8%8b%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2-%e0%b8%a0/</link>
		<comments>http://www.horadaily.com/%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%87-%e0%b9%84%e0%b8%89%e0%b9%88%e0%b8%8b%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2-%e0%b8%a0/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 01 Feb 2012 17:30:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สร้างบุญ เสริมดวง]]></category>
		<category><![CDATA[เจ้ากงหมิง ไฉ่ซิงเอี้ย ภาคบู๊]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.horadaily.com/?p=2126</guid>
		<description><![CDATA[<br/>อย่างที่กล่าวไว้แต่แรกว่า ไฉ่ซิงเอี้ยไม่ได้มีแค่ 2 องค์ หากแต่มีมากมายตามทิศต่าง ๆ ด้วยนามที่แตกต่างกัน และแต่ละองค์เมื่อขึ้นสู่ทำเนียบเซียนก็ยังมีองครักษ์ติดตามอีก ดังนั้นการที่จะมีเทพเจ้าแห่งโชคลาภกี่องค์ไม่ได้ถือเป็นเรื่องแปลก ที่คนไทยเรารู้จักกันแค่ 3 ภาค คือ พระโพธิสัตว์หนึ่ง ภาคบุ๋นหนึ่ง ภาคบู๊หนึ่ง ก็ถือว่าครอบคลุมแล้ว เรื่องเล่ากันว่า เมื่อปี่กานได้รับการสถาปนาเป็นไฉ่ซิงเอี้ยแล้ว ไม่ควรที่จะมีตำแหน่งและหน้าที่ซ้ำซ้อน แต่เจ้ากงหมิงซึ่งใฝ่ฝันและปรารถนาอยากจะได้ตำแหน่งนี้ ก็ไปบีบบังคับลีเล่ากุนให้สถาปนาตำแหน่งให้สมใจ อีกประการหนึ่งเนื่องจากเจ้ากงหมิงสร้างบุญกุศลไว้เมื่อชาติที่แล้วออมไว้เป็นทุน ชาติที่แล้ว – เจ้ากงหมิง เจ้ากงหมิงเคยเกิดในครอบครัวที่ยากจนมาก่อน โดยตั้งหน้าต้งตาเป็นพ่อค้าต่างเมือง ทำงานหาเงินโดยสุจริต แต่ด้วยเป็นคนใจดี ใจบุญสุนทาน ใครมาหยิบยืมก็ให้เงินไป ใครมาขอก็ให้ และแจกจ่ายทำบุญทำทานเป็นกุศล ดังนั้นด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้กงหมิงไม่เหลือเงินกำไรจากการค้าไว้เลย จนวันหนึ่งก็ต้องระหกระเหินไม่มีที่อยู่อาศัยเพราขาดทรัพย์ระหว่างที่อุ้มท้องหิวโหยอยู่นั้นก็มีโอกาสได้พบกับซินแสผู้หนึ่งชวนสนทนาด้วย เมื่อวินแสดูนรลักษณ์ของกงหมิงแล้วก็บอกว่า ในอนาคตข้างหน้าจะมียิ่งกว่าอัครมหาเศรษฐี ทว่า….อนิจจา คนยากจนขนาดไม่มีเงินกินข้าว จะตายวันตายพรุ่งยังไม่รู้ มีหรือจะคิดอ่านเรื่องเพ้อฝันลม ๆ แล้ง ๆ ที่หมอซินแสทายทักไว้ “ข้าไม่เคยดูใครผิดจากการทำนายเลยแม้แต่คนเดียว” ซินแสยืนยันอย่างมั่นใจในคำทำนาย กงหมิงจึงหมดอาลัยตายอยาก เร่รอ่นพลัดเข้าไปในป่าแห่งหนึ่งและเด็ดเอาผลหมากรากไม้เป็นเครื่องประทังความหิวไปชั่วครั้งชั่วคราว แต่ตลอดเส้นทางที่เดินทางมานั้น มีเสียงร่ำลือว่าในป่าแห่งนี้มีเสือโคร่งตัวใหญ่อาละวาดอยู่ ชาวบ้านเกรงกลัวจนไม่กล้าเข้าใกล้บริเวณป่าแห่งนี้ เพื่อประกอบสัมมาอาชีพตามปกติวิสัย แต่กงหมิงกลับเห็นตรงข้ามว่า [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<br/><p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.horadaily.com/wp-content/uploads/2012/02/086.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-2127" title="086" src="http://www.horadaily.com/wp-content/uploads/2012/02/086.jpg" alt="" width="194" height="259" /></a></p>
<p>อย่างที่กล่าวไว้แต่แรกว่า ไฉ่ซิงเอี้ยไม่ได้มีแค่ 2 องค์ หากแต่มีมากมายตามทิศต่าง ๆ ด้วยนามที่แตกต่างกัน และแต่ละองค์เมื่อขึ้นสู่ทำเนียบเซียนก็ยังมีองครักษ์ติดตามอีก ดังนั้นการที่จะมีเทพเจ้าแห่งโชคลาภกี่องค์ไม่ได้ถือเป็นเรื่องแปลก ที่คนไทยเรารู้จักกันแค่ 3 ภาค คือ พระโพธิสัตว์หนึ่ง ภาคบุ๋นหนึ่ง ภาคบู๊หนึ่ง ก็ถือว่าครอบคลุมแล้ว</p>
<p>เรื่องเล่ากันว่า เมื่อปี่กานได้รับการสถาปนาเป็นไฉ่ซิงเอี้ยแล้ว ไม่ควรที่จะมีตำแหน่งและหน้าที่ซ้ำซ้อน แต่เจ้ากงหมิงซึ่งใฝ่ฝันและปรารถนาอยากจะได้ตำแหน่งนี้ ก็ไปบีบบังคับลีเล่ากุนให้สถาปนาตำแหน่งให้สมใจ อีกประการหนึ่งเนื่องจากเจ้ากงหมิงสร้างบุญกุศลไว้เมื่อชาติที่แล้วออมไว้เป็นทุน</p>
<p><strong>ชาติที่แล้ว </strong><strong>– เจ้ากงหมิง</strong></p>
<p>เจ้ากงหมิงเคยเกิดในครอบครัวที่ยากจนมาก่อน โดยตั้งหน้าต้งตาเป็นพ่อค้าต่างเมือง ทำงานหาเงินโดยสุจริต แต่ด้วยเป็นคนใจดี ใจบุญสุนทาน ใครมาหยิบยืมก็ให้เงินไป ใครมาขอก็ให้ และแจกจ่ายทำบุญทำทานเป็นกุศล ดังนั้นด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้กงหมิงไม่เหลือเงินกำไรจากการค้าไว้เลย จนวันหนึ่งก็ต้องระหกระเหินไม่มีที่อยู่อาศัยเพราขาดทรัพย์ระหว่างที่อุ้มท้องหิวโหยอยู่นั้นก็มีโอกาสได้พบกับซินแสผู้หนึ่งชวนสนทนาด้วย เมื่อวินแสดูนรลักษณ์ของกงหมิงแล้วก็บอกว่า ในอนาคตข้างหน้าจะมียิ่งกว่าอัครมหาเศรษฐี</p>
<p>ทว่า….อนิจจา คนยากจนขนาดไม่มีเงินกินข้าว จะตายวันตายพรุ่งยังไม่รู้ มีหรือจะคิดอ่านเรื่องเพ้อฝันลม ๆ แล้ง ๆ ที่หมอซินแสทายทักไว้</p>
<p><strong>“ข้าไม่เคยดูใครผิดจากการทำนายเลยแม้แต่คนเดียว”</strong></p>
<p>ซินแสยืนยันอย่างมั่นใจในคำทำนาย</p>
<p>กงหมิงจึงหมดอาลัยตายอยาก เร่รอ่นพลัดเข้าไปในป่าแห่งหนึ่งและเด็ดเอาผลหมากรากไม้เป็นเครื่องประทังความหิวไปชั่วครั้งชั่วคราว แต่ตลอดเส้นทางที่เดินทางมานั้น มีเสียงร่ำลือว่าในป่าแห่งนี้มีเสือโคร่งตัวใหญ่อาละวาดอยู่ ชาวบ้านเกรงกลัวจนไม่กล้าเข้าใกล้บริเวณป่าแห่งนี้ เพื่อประกอบสัมมาอาชีพตามปกติวิสัย แต่กงหมิงกลับเห็นตรงข้ามว่า แม้ชีวิตที่เหลืออยู่ก็หาสาระแก่นสายไม่ได้ มีแต่ความอดอยากหิวโหยเป็นมิตรแท้ยามนี้ หากเสียชีวิตด้วยเป็นอาหารของสัตว์ร้ายก็ถือว่าเป็นคราวเคราะห์ก็แล้วกัน แต่กระนั้นกงหมิงก็จะขอต่อสู้กับเสือจนลมหายใจเฮือกสุดท้าย ถ้าชนะเสือได้ชาวบ้านก็จะไม่เดือดร้อนกันอีกต่อไป</p>
<p>ขณะที่กงหมิงใช้ชีวิตอยู่ในป่าอย่างระวัง เสือก็ได้กร่ะโจนเข้าหากงหมิงซึ่งระวังตัวอยู่แล้ว ก็ขัดขืนต่อสู่กันอย่างเอาเป็นเอาตาย และเสือโคร่งตัวนั้นก็เจอกับพละกำลังอันมหาศาลของกงหมิงจนเสียชีวิต กงหมิงอ่อนเพลียจากการต่อสู้ก็เลยหลับไป ระหว่างที่นอนพักครึ่งหลับครึ่งตื่นอยู่นั้นก็เคลิ้มไปเห็นคน 2 – 3 คน กำลังสนทนากัน คนหนึ่งบอกว่า</p>
<p><strong>“เจ้านายที่เคยให้เราช่วยเฝ้าสมบัติได้มาเอาสมบัติของเขาคืนแล้ว พวกเราทั้งสามคนหมดหน้าที่ เป็นอิสระจากข้อผูกมัดแล้วไปกันเถอะเขาจะจัดการกับสมบัติเหล่านี้ประการใดก็สุดแต่เขา”</strong><strong></strong></p>
<p>เมื่อเจ้ากงหมิงสะดุ้งจากภวังค์ก็คิดถึงความฝันอันแปลกประหลาดนั้น และเมื่อเดินสำรวจที่บริเวณนั้นก็พบเห็นอุโมงค์แห่งหนึ่ง ซึ่งมีหินก้อนใหญ่ปิดอยู่ ทั้งยังมีต้นไม้รกครึ้มบังอยู่ ครั้นแหวกพาตัวเองเข้าพบในอุโมงค์นั้นก็ต้องตะลึงกับเพชรนิลจินดาอันมีค่ามหาศาลมากมาย นอกจากนี้ยังมีโครงกระดูกของมนุษย์ 3 คน สวมชุดทหารนอนตายแห้งอยู่ แต่ละคนอยู่ในสภาพไม่มีศีรษะ เจ้ากงหมิงจึงคิดว่าชาย 3 คน ที่มาในนิมิตตนนั้นคงจะเป็นผีเฝ้าทรัพย์ในถ้ำแห่งนี้เป็นแน่ อันเพชรนิลจินดามีค่ามหาศาลนั้นเจ้ากงหมิงคิดว่าสมบัติไม่ใช่ของตน จริงอยู่ว่าหากตนนำไปก็สามารถทำให้เขาเป็นมหาเศรษฐีขึ้นในพริบตา แต่จะมีประโยชน์อันใดที่เอาสมบัติซึ่งไม่ใช่ของตนมาเป็นของตัว สมบัติใครก็ย่อมหวงแหนเป็นธรรมดา คิดแล้วก็ออกจากอุโมงค์อย่างไมไยดี ใช้หินปิดปากถ้ำไว้ดังเดิม</p>
<p>ต่อมาเกิดภัยพิบัติในบ้านเมืองเกิดอุทกภัยพิบัติครั้งใหญ่ บ้านของชาวบ้านจมอยู่ใต้น้ำ เกิดโรคร่ะบาดผู้คนล้มตามเป็นจำนวนมาก ที่เหลืออยู่ก็ล้มป่วยเพราะเกิดโรคระบาด แม้ว่าทางราชสำนักจะนำข้าวของและเงินออกมาช่วยเหลือเท่าไหร่ก็ไม่เพียงพอ จนฮ่องเต้เกิดความท้อแท้ เพราะไม่อาจช่วยเหลือพสกนิกรของพระองค์ได้ กงหมิงเห็นสภาพบ้านเมืองเกิดภัยพิบัติทุกข์เข็ญมากขนาดนี้ จึงนึกถึงสมบัติเก่าในถ้ำ คิดว่าหากนำสมบัติเหล่านั้นมาแก้ไขภัยพิบะติให้กับชาวบ้านก็จะเป็นมหากุศลแก่ผู้เป็นเจ้าของสมบัติเดิมจึงได้เข้ากราบบังคมทูลต่อฮ่องเต้ให้ส่งทหารไปนำสมบัติเหล่านั้นออกมา เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนช่วยราชสำนักอีกแรงหนึ่ง</p>
<p>ด้วยเหตุดังนี้ เมื่อบ้านเมืองผ่านวิกฤตการณ์ฮ่องเต้ได้เห็นคุณความดีของกงหมิงที่มีจิตใจโอบอ้อมอารีปรานีต่อเพื่อนมนุษย์ จึงได้มีประกาศเป็นราชโองการแต่งตั้งให้กงหมิงเข้ารับราชการ ในตำแหน่งขุนคลังหลวงแห่งราชสำนัก และเมื่อกงหมิงถึงแก่อนิจกรรม ฮ่องแต้ได้แต่งตั้งตำแหน่ง “เทพเจ้าแห่งโชคลาภ” ให้เป็นเกียรติแก่กงหมิงและวงศ์ตระกูลสืบต่อไป</p>
<p>เรื่องราวของเจ้าก่งหมิงไฉ่ซิงเอี้ยในภาคบู๊นี้ มีเรื่องเล่าถึงอยู่หลายสำนวน สำนวนหนึ่งอันเป็นชาติสำเร็จนั้นว่า เจ้ากงหมิงนั้นเป็นนักพรต บำเพ็ญเพียรฌานสมาบัติอยู่ที่เขาง้อไบ๊สำเร็จมรรคผลเป็นเซียน และติดในโลกไม่อาจเข้าสู่พระนิพพานได้ด้วยติดใจในลาภผลสักการะ และตนใคร่อยากจะเป็นเทพเจ้าพระองค์หนึ่งที่ไม่ใช่ระดับเซียนธรรมดา ๆ</p>
<p>ตำแหน่งที่ตั้งความหวังไว้ คือ เทพเจ้าแห่งโชคลาภ เมื่อมีการสถาปนาปี่กานให้ทำหน้าที่เทพเจ้าแห่งโชคลาภแล้ว ก็ให้เป็นที่อิจฉาริษยาแก่เจ้ากงหมิงเป็นอย่างมาก และพยายามที่จะช่วงชิงตำแหน่งนั้นจากปี่กานมาครอบครองให้ได้ ตำนานหนึ่งเล่าว่าทั้งปี่กานและเจ้ากงหมิงเคยรับราชการในรัชสมัยของฮ่องเต้อินโจวมาด้วยกัน แต่ภาพลักษณ์ของเจ้ากงหมิงนั้นเป็นขุนนางกังฉิน ดังนั้นด้วยฌานสมาบัติอันแก่กล้านั้นทำให้ล่วงรู้ว่าปี่กานนั้นเป็นคู่แข่งคนสำคัญในตำแหน่งเทพเจ้า ดังนั้นจึงพยายามหาทางที่จะกำจัดอยู่เนื่อง ๆ จนเมื่อปี่กานอำลาชีวิตราชการ เจ้ากงหมิงก็ทะนงตนคิดว่าตนปราศจากคู่แข่งแล้ว หารู้ว่าที่แท้จริงเง็กเซียนฮ่องเต้ได้พระราชทานแต่งตั้งปี่กานเป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภ โดยให้เกียงจูเหย (ชายชราเจ้าของยาลูกกลอน) ประกาศเป็นเทวโองการ</p>
<p>การตั้งตำแหน่งเทพ – เทวดาไม่ควรซ้ำซ้อนให้ผู้คนสับสน เรื่องนี้เกียงจูเหยทราบและรู้ดีอยู่ เจ้ากงหมิงพยายามที่จะให้เกียงจูเหยแต่งตั้งตนเป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภ ด้วยสำเร็จเซียนมาจากเขาง้อไบ๊ย่อมมีคุณสมบัติเหนือกว่าปี่กานทุกเรื่อง เมื่อเกียงจูเหยไม่ยอม เจ้ากงหมิงก็เลยมีการปะมือกัน ปรากฏวาเกียงจูเหยสู้เจ้ากงหมิงไม่ได้ถูกจับตัวไปทรมาน เกียงจูเหยจึงออกอุบายว่า หากเจ้ากงหมิงสามารถนำไวใจของปี่กานมาให้ ก็จะสถาปนาเป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เจ้ากงหมิงบัญชาให้เสือโคร่งสมุนเอกไปควักหัวใจของปี่กานมา</p>
<p>ปี่กานเมื่อออกจากชีวิตราชการแล้วก็เที่ยวระเหเร่ร่อน ไม่ได้พักอาศัยอยู่ในจวนของตน เที่ยวโปรยเงินทองแจกจ่ายชาวบ้านไปทั่ว วันหนึ่งระหว่างที่เสร็จกิจแล้วก็ไปนั่งพักผ่อนอยู่ที่ใต้ต้นไม้ใหญ่อย่างสบายอารมณ์ ระหว่างนั้นก็ปรากฏเสือโคร่งตัวใหญ่กระโจนเข้าหา ไม่ทันที่ปี่กานจะตั้งรับได้ทัน เสือตัวนั้นก็ตรงเข้ากดร่างของปี่กานลงกับพื้น แล้วใช้กรงเล็บนั้นฉีกเสื้อและแหวกหน้าอกของปี่กานควานหาหัวใจทันที ไม่ว่าจะควานไปทางซ้ายหรือขวาก็ไม่อาจจะพบหัวใจของปี่กาน จนเจ้าเสือโคร่งลูกสมุนของเจ้ากงหมิงเสียอารมณ์ และเดินคอตกกลับไปหาเจ้าของทันที</p>
<p>แม้ว่าเจ้าเสือโคร่งจะรุมทึ้งปี่กานเพียงไร ก็ไม่อาจทำร้ายปี่กานให้ถึงแก่ชีวิตได้ เนื่องจากปี่กานมีชีวิตเป็นอมตะ</p>
<p>เกียงจูเหยรู้ทั้งรู้อยู่แก่ใจ</p>
<div class="plus-one-wrap"><g:plusone href="http://www.horadaily.com/%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%87-%e0%b9%84%e0%b8%89%e0%b9%88%e0%b8%8b%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2-%e0%b8%a0/"></g:plusone></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.horadaily.com/%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%87%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b4%e0%b8%87-%e0%b9%84%e0%b8%89%e0%b9%88%e0%b8%8b%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2-%e0%b8%a0/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ไหว้เจ้าไฉ่ซิงเอี้ย</title>
		<link>http://www.horadaily.com/%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%89%e0%b9%88%e0%b8%8b%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2/</link>
		<comments>http://www.horadaily.com/%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%89%e0%b9%88%e0%b8%8b%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 01 Feb 2012 17:28:30 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สร้างบุญ เสริมดวง]]></category>
		<category><![CDATA[ไหว้เจ้าไฉ่ซิงเอี้ย]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.horadaily.com/?p=2123</guid>
		<description><![CDATA[<br/>ในบรรดาเทพเจ้าทั้งหลายที่คนจีนเคารพนับถืออยู่นั้น มีอยู่องค์หนึ่งที่คนจีนเรียกว่า “เทพเจ้าแห่งโชคลาภ” หรือ “ไฉ่วิงเอี้ย” จะได้รับการตอบรับอย่างดี โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลตรุษจีน วันสิ้นปี พิธีไหว้เจ้าที่ตลอดจนบรรพบุรุษและผีไร้ญาติเสร็จสิ้นใช่ว่าจะจบลงเท่านั้น เพราะหลัง 5 ทุ่มไปแล้วตามหลักโหราศาสตร์ถือเป็นวันใหม่ เข้าสู่วันชิวอิกวันแรกวันปีใหม่อย่างเต็มรูปแบบ คืนนั้นก่อนที่จะเข้าสู่เช้าวันใหม่จะบูชาเทพเจ้าแห่งโชคลาภ นอกจากนี้ยังนิยมบูชาเทพเจ้าแห่งโชคลาภอีก 2 วัน คือ วันที่ 2 (บ้างก็ว่าวันที่ 5) เดือนอ้าย และวันที่ 22 เดือน 7 (ตามปฏิทินจีน) ที่ต้องให้ความสำคัญกับเทพเจ้าพระองค์นี้ เนื่องจากสังคมมนุษย์นั้นผูกพันกับเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ เศรษฐกิจ และเงินเป็นตัวขับเคลื่อนให้ทุกอย่างในชีวิตดำเนินไปอย่างสะดวกสบาย เพราะฉะนั้นจึงหวังว่าในฤกษ์แรกของปีนี้ เทพเจ้าแห่งโชคลาภจะประทานเงินให้สักก้อน อย่างที่ทราบกันอยู่ว่า ดั้งเดิมนั้นไฉ่วิงเอี้ยนั้นมี 2 องค์ คือ ปี่กาน (ภาคบุ๋น) กับเจ้ากงหมิง (ภาคบู๊) ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น…. ว่ากันว่าทั้งคู่มีจุดแข็งและจุดอ่อนแตกต่างกัน นี่คือเทพเจ้าแห่งโชคลาภที่คนทั่วไปมักคุ้นเท่านั้นเอง เพราความจริงแล้วเทพเจ้าแห่งโชคลาภในแต่ละทิศแต่ละพื้นที่ก็มีนามเฉพาะต่างกันไป ซึ่งเป็นตำนานเทพชั้นสูง ซึ่งมีรายละเอียดยิบเกินไปเอาเป็นว่าการนำเสนอ เรื่องราวของเทพเจ้าแห่งโชคลาภ 2 องค์นี้ก็เพราะเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<br/><p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.horadaily.com/wp-content/uploads/2012/02/085.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-2124" title="085" src="http://www.horadaily.com/wp-content/uploads/2012/02/085.jpg" alt="" width="216" height="234" /></a></p>
<p>ในบรรดาเทพเจ้าทั้งหลายที่คนจีนเคารพนับถืออยู่นั้น มีอยู่องค์หนึ่งที่คนจีนเรียกว่า “เทพเจ้าแห่งโชคลาภ” หรือ “ไฉ่วิงเอี้ย” จะได้รับการตอบรับอย่างดี โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลตรุษจีน วันสิ้นปี พิธีไหว้เจ้าที่ตลอดจนบรรพบุรุษและผีไร้ญาติเสร็จสิ้นใช่ว่าจะจบลงเท่านั้น เพราะหลัง 5 ทุ่มไปแล้วตามหลักโหราศาสตร์ถือเป็นวันใหม่ เข้าสู่วันชิวอิกวันแรกวันปีใหม่อย่างเต็มรูปแบบ คืนนั้นก่อนที่จะเข้าสู่เช้าวันใหม่จะบูชาเทพเจ้าแห่งโชคลาภ นอกจากนี้ยังนิยมบูชาเทพเจ้าแห่งโชคลาภอีก 2 วัน คือ วันที่ 2 (บ้างก็ว่าวันที่ 5) เดือนอ้าย และวันที่ 22 เดือน 7 (ตามปฏิทินจีน)</p>
<p>ที่ต้องให้ความสำคัญกับเทพเจ้าพระองค์นี้ เนื่องจากสังคมมนุษย์นั้นผูกพันกับเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ เศรษฐกิจ และเงินเป็นตัวขับเคลื่อนให้ทุกอย่างในชีวิตดำเนินไปอย่างสะดวกสบาย เพราะฉะนั้นจึงหวังว่าในฤกษ์แรกของปีนี้ เทพเจ้าแห่งโชคลาภจะประทานเงินให้สักก้อน</p>
<p>อย่างที่ทราบกันอยู่ว่า ดั้งเดิมนั้นไฉ่วิงเอี้ยนั้นมี 2 องค์ คือ ปี่กาน (ภาคบุ๋น) กับเจ้ากงหมิง (ภาคบู๊)</p>
<p>ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น…. ว่ากันว่าทั้งคู่มีจุดแข็งและจุดอ่อนแตกต่างกัน นี่คือเทพเจ้าแห่งโชคลาภที่คนทั่วไปมักคุ้นเท่านั้นเอง เพราความจริงแล้วเทพเจ้าแห่งโชคลาภในแต่ละทิศแต่ละพื้นที่ก็มีนามเฉพาะต่างกันไป ซึ่งเป็นตำนานเทพชั้นสูง ซึ่งมีรายละเอียดยิบเกินไปเอาเป็นว่าการนำเสนอ เรื่องราวของเทพเจ้าแห่งโชคลาภ 2 องค์นี้ก็เพราะเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป และไม่อยากให้ผู้อ่านสับสนมากกว่านี้</p>
<p>ไฉ่ซิงเอี้ย เทพเจ้าแห่งโชคลาภในภาคบุ่นนั้นมีนามว่า “ปี่กาน” เคยแสดงบทบาทอยู่ในเทพนิยายจีนเรื่อง “ห้องสิน”</p>
<p>ในรัชสมัยของพระเจ้าอินโจว กษัตริย์องค์สุดท้ายแห่งราชวงค์อินปี่กานนั้นรับตำแหน่งเป็นถึง “อัครเสนาบดี” ความที่ปี่กานเป็นขุนนางตงฉินยึดถือความซื่อสัตว์และยุติธรรม ไม่กินสินบาทคาบสินบน และคอยท้วงติงบรรดาขุนนางที่กระทำผิดอยู่เสมอ จนเป็นเหตุให้ปี่กานเป็นแกะดำในราชสำนัก ทั้งเหล่าเสนาบดี อำมาตย์ทั้งหลายต่างก็พยายามที่จะหาจังหวะยุยงฮ่องเต้ให้ร้ายปี่กานอยู่เสมอ และบ่อยครั้งที่ฮ่องเต้หลงในอุบายให้ร้าย เนื่องจากพระเจ้าอินโจวนั้นมิได้ใส่ใจในบ้านเมือง หูเบา และยังลุ่มหลงใสพระสนมนางหนึ่งเป็นอย่างมาก พระสนมนางนั้นชื่อ โซวถังกี้ (ซูต๋าจี๋) งามเพียบพร้อมนางนั้นมีอุปนิสัยเป็นคนมักใหญ่ใฝ่สูง ใช้เสน่ห์เล่ห์กลมายาผูกมัดให้พระเจ้าอินโจวลุ่มหลง จนขาดตกบกพร่องและไม่ใส่ใจในงานราชการ</p>
<p>ผ่านวัน ผ่านเดือน และหลายเดือนที่ฮ่องเต้มิได้ออกว่าราชการ ปล่อยให้บรรดาขุนนางทั้งหลายจัดการบริหารบ้านเมืองไปอย่างอำเภอใจ ตามภูมิความรู้และสติปัญญาของแต่ละคน ขุนนางบางคนก็ใช้ตำแหน่งเป็นประโยชน์สนับสนุนฐานะ ปี่กานคอยขัดขวางอยู่เนื่อง ๆ จนทำให้บรรดาเสานาบดีคนอื่น ๆ เขม่น และวางแผนร่วมกับนางสนมโซวถังกี้ เพื่อกำจัดปี่กานให้พ้นทาง</p>
<p>ด้วยชะตาของปี่กานกำลังจะประสบกับเภทภัยใหญ่หลวงในชีวิต แต่ด้วยความดีและบุญกุศลที่ทำไว้มากมาย เป็นผลให้เทพชั้นผู้ใหญ่นามว่าเกียงจูเหย เกิดหัวใจสั่นวูบขณะที่นั่งสมาธิอยู่ ครั้นเมื่อจัดยามสามตาก็ทราบว่าปี่กานกำลังประสบเคราะห์หนัก ด้วยชะตาถึงฆาต…</p>
<p>เห็นคนทำความดีที่กำลังเพลี่ยงพล้ำจึงต้องเข้าช่วย ดังนั้นแล้วเกียงจูเหยจึงได้แปลงกายเป็นชายชรา เที่ยวร้องขายหัวใจอยู่ที่หน้าจวนเสนาบดี</p>
<p><strong>“หัวใจจ๊ะ</strong><strong>… จะซื้อหัวใจบ้างไหม”</strong></p>
<p>ชายชราร้องอยู่อย่างนี้อยู่นานครึ่งค่อนวัน ก็หาได้มีผู้ใดสนใจไม่ พาลนึกว่าชายชราผู้นี้คงสติไม่สมประกอบ</p>
<p>ครั้นเมื่อปี่กานได้ยินเสียงร่ำร้องขายหัวใจอยู่ในจวนก็ให้นึกสงสัยจึงแสร้งทำเป็นเดินออกมายืนอยู่ที่หน้าจวน แล้วถามพ่อค้าผู้ชราว่า</p>
<p><strong>“ท่านผู้เฒ่า</strong><strong>…ขายหัวใจจริง ๆ รึ มันเป็นไปได้ยังไงกันที่ท่านจะขายหัวใจของท่าน ฟังแล้วให้เกิดความสงสัย”</strong></p>
<p><strong>“ท่านสนใจจะซื้อหรือไม่อย่างไร ข้าขายไม่แพงหรอก”</strong><strong></strong></p>
<p>พ่อค่าวัยชราตอบ ปี่กานเห็นเป็นเรื่องขำจึงหัวเราะออกมาเสียงดังแล้วกล่าวตอบว่า</p>
<p><strong>“ท่านผู้เฒ่า</strong><strong>…ท่านไม่รู้หรืออย่างไรว่าหัวใจเป็นอวัยวะซึ่งสำคัญที่สุด ถ้าคนเราควักออกมาคนจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร ทำไมท่านถึงกล่าวเรื่องโกหกเหลือเชื่อ และไร้สาระเช่นนั้น”</strong></p>
<p>ปี่กานว่า</p>
<p><strong>“ท่านเสนาบดี</strong><strong>…ฟังข้าอธิบาย หัวใจเป็นบ่อเกิดแห่งความผิดชอบชั่วดี หากมีหัวใจเที่ยงธรรมมือเท้าก็จะทำแต่สิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม หากหัวใจไม่เที่ยงธรรมมือเท้าก็ประพฤติชั่ว ถ้าควักหัวใจออกมาขายทิ้งเสีย ต่อไปนี้ข้าก็จะไม่เลือกที่รักมักที่ชัง มีแต่ความยุติธรรม สามารถจัดการปัญหาอย่างเสมอภาค ท่านเสนาบดีเห็นว่าแบบนี้ไม่ดีดอกหรือ”</strong></p>
<p>ชายชราว่า</p>
<p><strong>“ท่านเองพูดจาส่งเดช</strong><strong>…จริงอยู่ข้าเห็นด้วยกับเรื่องที่ท่านอธิบาย แต่ถ้าคนเราไม่มีหัวใจจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร”</strong></p>
<p>ปี่กานว่า</p>
<p><strong>“ได้สิ</strong><strong>…เพราข้ามียาวิเศษอยู่เม็ดหนึ่ง เมื่อกินเข้าไป แม้จะไม่มีหัวใจก็ดำรงชีวิตอยู่ได้”</strong></p>
<p>กล่าวจบพ่อค้าชราก็ยื่นยาเม็ดนั้นแก่ปี่กาน</p>
<p><strong>“ท่านกินซะ</strong><strong>… เมื่อท่านปราศจากซึ่งหัวใจแล้ว ชีวิตก็ยังดำรงอยู่ได้เป็นอมตะชั่วนิรันดร์ วันรุ่งท่านจะเห็นอานุภาพตามที่เราบอก”</strong></p>
<p>ชายชราว่า</p>
<p>ปี่กานหยิบนำยาลูกกลอนเม็ดนั้นขึ้นพิจารณา ก็รับรู้ถึงกลิ่นที่หอมประหลาดนั้น และเกิดความรู้สึกว่าเม็ดยาลูกกลอนนั้นคงไม่ใช่ยาแก้ไข้รักษาโรคปกติ ครั้งจะไต่ถามว่าทำจากสมุนไพรเกสรดอกไม้ชนิดใด ก็ปรากฏว่าชายชราที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาเมื่อสักครู่นั้นหายไปอย่างไร้ร่องรอย เมื่อเขากลับเข้าจวนก็นั่งคิดทบทวนเรื่องราวทั้งหลาย แล้วตัดสินใจกินยาเม็ดนั้นทันที</p>
<p>ครั้นเมื่อหมอหลวงพยาบาลจนอาการฟื้นเป็นปกติ นางก็ทูลว่าอาการของโรคเก่าของนางกำเริบ หมอเทวดาเคยบอกกับนางไว้ว่า นางต้องได้กินหัวใจที่บริสุทธิ์เท่านั้นจึงจะสามารถรักษาอาการนี้ได้ หากไม่ได้เสวยหัวใจชีวิตก็จะอยู่ได้ไม่นาน ฮ่องเต้อินโจวกำลังลุ่มหลงในมายาของนางจึงรับปากว่าจะจัดหามาให้ตามที่นางต้องการ ขอเพียงให้นางบอกว่าต้องการหัวใจของใครเท่านั้น เมื่อนางสบโอกาสเช่นนั้นจึงกล่าวแก่ฮ่องเต้ว่า ชะรอยหัวใจของปี่กานอัครเสนาบดีจะดีเยี่ยมยิ่งกว่าหัวใจของใครคนใด ฮ่องเต้ได้ยินดังนั้น แม้จะตกใจเล็กน้อยแต่เมื่อใดตรัสแก่นางสนมโซวถังกี้แล้วก็ยากที่จะกลืนน้ำลายตนเอง จึงกล่าวแก่นางว่า</p>
<p><strong>“ปี่กานเป็นแค่เสนาบดี ในแผ่นดินย่อมหาเสนาบดีได้โดยไม่ยาก แต่พระสนมที่รู้ใจข้าเยี่ยงเจ้านั้นชะรอยจะหายากอยู่ และเป็นคนเดียวในแผ่นดินเท่านั้นที่รู้ใจข้า ขอเพียงรักษาเจ้าได้แม้ข้าต้องเสียขุนนางนับร้อยนับพันก็ยอมแก่เจ้าอย่างไม่มีเงื่อนไขใด ๆ ทั้งสิ้น”</strong><strong></strong></p>
<p>ฮ่องเต้ว่า</p>
<p>ไม่รอช้า…ทรงมีรับสั่งให้ปี่กานเข้าเฝ้าในตำหนักพระสนม เมื่อปี่กานมาเข้าเฝ้าและได้ทราบความจนหมดสิ้น ถึงกับหมดอาลัยตายอยากในชีวิตราชการอีกต่อไป</p>
<p><strong>“เมื่อเป็นรับสั่งของฮ่องเต้ หม่อนฉันก็ยินดีที่จะปฏิบัติตามอย่างไม่มีเงื่อนไข”</strong><strong></strong></p>
<p>ปี่กานว่า</p>
<p>ดังนั้น เมื่อฮ่องเต้อินโจวพระราชทานมีดให้กับปี่กาน ปี่กานก็กรีดเนื้อและควักหัวใจส่งให้กับฮ่องเต้</p>
<p>แต่น่าแปลกใจว่าแม้กระนั้นก็ไม่มีเลือดสักหยดปรากฏร่องรอยให้เห็น เมื่อปี่กานควักหัวใจแล้วก็ทูลอำลาชีวิตราชการเที่ยวเดินเร่ร่อนไปทั่ว นำเอาทรัพย์สินเงินทองที่ได้สะสมจากการทำงานโปรยปรายแจกจ่ายให้กับชาวบ้าน ยิ่งแจกก็ยิ่งมาก ใครมาก่อนได้ก่อน ไม่รังเกียจว่าใครยากดีมีจน คนชั่วคนดีมีโอกาสได้รับเงินทองเสมอภาคกันหมด จนได้รับฉายาว่า “ปี่กาน” เทพเจ้าแห่งโชคลาภ”</p>
<p><strong>ปี่กาน ไฉ่ซิงเอี้ย ภายบุ๋น</strong><strong></strong></p>
<p>ปี่กานได้รับการสถาปนาเป็นไฉ่วิงเอี้ยองค์แรก จนต่อมาเมื่อมีเจ้ากงหมิงเป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภอันดับสอง จึงได้จัดให้ปี่กานเป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาภภาคบุ๋น เรียก “บุงไฉ่วิงเอี้ย”</p>
<p><strong>ปางนิยม</strong><strong></strong></p>
<p>-              ปี่กาน สวมชุดขุนนางชั้นผู้ใหญ่ของจีนโบราณ สวมหมวกขุนนางมีปีกออกไปสองข้าง ชุดขุนนางนี้มีทั้งเสื้อนอก เสื้อใน มือซ้ายจะถือเงินหยวน (หยวนเปา)</p>
<p>-              ปี่กาน คลี่แผ่นผ้าจารึกอักษรอวยพรที่เป็นสิริมงคลแก่ผู้บูชา</p>
<p><strong>เด่นทางไหน</strong></p>
<p>-              ผู้บูชามีความมั่งคั่งร่ำรวย และมีโชคลาภอยู่เนืองนิตย์</p>
<p>-              โชคลาภที่ได้จากรายได้พิเศษนอกเหนือไปจากรายได้ประจำ</p>
<p>-              อาชีพนักการทูต นายหน้า และการขายที่ต้องอาศัยวาจาหว่านล้อม โน้มน้าว เจรจาให้มีความเชื่อถือในด้านคุณภาพของสินค้า และบริการพิเศษที่ประทับใจ ควรบูชาเป็นพิเศษ</p>
<div class="plus-one-wrap"><g:plusone href="http://www.horadaily.com/%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%89%e0%b9%88%e0%b8%8b%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2/"></g:plusone></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.horadaily.com/%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%89%e0%b9%88%e0%b8%8b%e0%b8%b4%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%b5%e0%b9%89%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ไหว้เจ้าพ่อเสือ</title>
		<link>http://www.horadaily.com/%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad/</link>
		<comments>http://www.horadaily.com/%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 01 Feb 2012 17:27:11 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สร้างบุญ เสริมดวง]]></category>
		<category><![CDATA[ศาลเจ้าพ่อเสือ]]></category>
		<category><![CDATA[ไหว้เจ้าพ่อเสือ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.horadaily.com/?p=2120</guid>
		<description><![CDATA[<br/>ศาลเจ้าพ่อเสื้อนี้เป็นศาลเก่าแก่มาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 3 ประวัติของศาลเจ้าพ่อเสือนั้น มีความเกี่ยวพันกับวัดมหรรณพารามซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กันด้วย โดยมีเรื่องเล่ากันมาว่า ในสมัยก่อนบริเวณด้านหลังวัดมหรรณพารามยังคงรกร้างเป็นป่าดงมีเสืออาศัยอยู่ และใกล้ ๆ กันนั้นเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ซึ่งมีแม่ลูกคู่หนึ่ง ชื่อยายผ่องกับนายสอน อาศัยอยู่ด้วยกัน วันหนึ่งลูกชายเข้าป่าไปหาอาหารมาให้แม่ และไปเจอซากกวางที่ถูกเสือกัดตายใหม่ ๆ ยังมีเนื้อติดอยู่แสดงว่าเสือยังกินไม่หมด ลูกชายจึงอยากจะได้เนื้อกวางไปฝากแม่สักชิ้นหนึ่ง จึงเข้าไปเฉือนเนื้อกวางมา แต่ขณะที่กำลังจะผละจะซากกวางนั้นเสือก็โผล่มาพอดี คนกับเสือจึงมีการต่อสู้กัน เสือโดนมีดแทงที่ต้นคอและกลางแสกหน้า ทำให้บ้าเลือดและดุร้ายกัดนายสอนจนแขนขาด และได้หนีลงไปในหนองน้ำ เมื่อเสือไปแล้วจึงกระเสือกกระสนกลับบ้าน และไปนอนสลบอยู่ใกล้ ๆ บ้านของตัวเอง ฝ่ายยายผ่องก็เป็นห่วงลูกจนเป็นลมไปหลายครั้ง จนเมื่อมีคนมาตะโกนบอกว่า ลูกชายกลับมาแล้วจึงได้ออกไปดู จึงเห็นว่าลูกชายได้รับบาดเจ็บหนัก แต่ยังมีสติส่งเนื้อกวางให้แม่ และเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟัง จากนั้นก็ทนพิษบาดแผลไม่ไหวถึงแก่ความตาย ศาลเจ้าพ่อเสือถือเป็นศาลเจ้าเก่าแก่แห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ ยายผ่องเสียใจมากจึงเดินทางไปที่อำเภอ ขอร้องให้นายอำเภอจับเสือที่กัดลูกของตนเองมาลงโทษ ฝ่ายนายอำเภอตอนแรกก็นึกแปลกใจที่มีคนมาแจ้งจับเสือ แต่เมื่อได้ฟังเรื่องราวจากยายผ่องแล้วก็เกิดความสงสารและเห็นใจ จึงรับปากว่าจะจับเสือมาลงโทษ โดยมอบหน้าที่ให้ปลัดโตเป็นคนจัดการ คณะของปลัดโตออกตามล่าเสือมาหลายวัน แต่ก็ไม่เจอเสือที่ปลัดโตจึงไปกราบขอพรพระที่วัดมหรรณพาราม โดยได้ไปไหว้หลวงพ่อบุญฤทธิ์ในพระอุโบสถ และหลวงพ่อพระร่วงในพระวิหาร กราบขอให้พระช่วยให้จับเสือให้ได้ อีกทั้งยังขอให้หลวงพ่อช่วยกล่อมใจเสือให้เชื่องอีกด้วย จากนั้นจึงเดินอ้อมไปทางหลังวัด และนั่งหลับตาพักอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง เมื่อลืมตาขึ้นจึงเห็นเสือนอนหมอบอยู่ตรงหน้า ท่าทางเชื่องไม่มีความดุร้ายคล้ายกลับยอมให้จับแต่โดยดี จึงเอาเชือกผูกคอเสือแล้วจูงไปที่ว่าการอำเภอเพื่อที่จะตัดสินโทษ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<br/><p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.horadaily.com/wp-content/uploads/2012/02/084.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-2121" title="084" src="http://www.horadaily.com/wp-content/uploads/2012/02/084.jpg" alt="" width="300" height="222" /></a></p>
<p><strong>ศาลเจ้าพ่อเสื้อนี้เป็นศาลเก่าแก่มาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ </strong><strong>3</strong></p>
<p>ประวัติของศาลเจ้าพ่อเสือนั้น มีความเกี่ยวพันกับวัดมหรรณพารามซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กันด้วย โดยมีเรื่องเล่ากันมาว่า ในสมัยก่อนบริเวณด้านหลังวัดมหรรณพารามยังคงรกร้างเป็นป่าดงมีเสืออาศัยอยู่ และใกล้ ๆ กันนั้นเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ ซึ่งมีแม่ลูกคู่หนึ่ง ชื่อยายผ่องกับนายสอน อาศัยอยู่ด้วยกัน</p>
<p>วันหนึ่งลูกชายเข้าป่าไปหาอาหารมาให้แม่ และไปเจอซากกวางที่ถูกเสือกัดตายใหม่ ๆ ยังมีเนื้อติดอยู่แสดงว่าเสือยังกินไม่หมด ลูกชายจึงอยากจะได้เนื้อกวางไปฝากแม่สักชิ้นหนึ่ง จึงเข้าไปเฉือนเนื้อกวางมา แต่ขณะที่กำลังจะผละจะซากกวางนั้นเสือก็โผล่มาพอดี คนกับเสือจึงมีการต่อสู้กัน เสือโดนมีดแทงที่ต้นคอและกลางแสกหน้า ทำให้บ้าเลือดและดุร้ายกัดนายสอนจนแขนขาด และได้หนีลงไปในหนองน้ำ เมื่อเสือไปแล้วจึงกระเสือกกระสนกลับบ้าน และไปนอนสลบอยู่ใกล้ ๆ บ้านของตัวเอง</p>
<p>ฝ่ายยายผ่องก็เป็นห่วงลูกจนเป็นลมไปหลายครั้ง จนเมื่อมีคนมาตะโกนบอกว่า ลูกชายกลับมาแล้วจึงได้ออกไปดู จึงเห็นว่าลูกชายได้รับบาดเจ็บหนัก แต่ยังมีสติส่งเนื้อกวางให้แม่ และเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟัง จากนั้นก็ทนพิษบาดแผลไม่ไหวถึงแก่ความตาย</p>
<p>ศาลเจ้าพ่อเสือถือเป็นศาลเจ้าเก่าแก่แห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ ยายผ่องเสียใจมากจึงเดินทางไปที่อำเภอ ขอร้องให้นายอำเภอจับเสือที่กัดลูกของตนเองมาลงโทษ ฝ่ายนายอำเภอตอนแรกก็นึกแปลกใจที่มีคนมาแจ้งจับเสือ แต่เมื่อได้ฟังเรื่องราวจากยายผ่องแล้วก็เกิดความสงสารและเห็นใจ จึงรับปากว่าจะจับเสือมาลงโทษ โดยมอบหน้าที่ให้ปลัดโตเป็นคนจัดการ</p>
<p>คณะของปลัดโตออกตามล่าเสือมาหลายวัน แต่ก็ไม่เจอเสือที่ปลัดโตจึงไปกราบขอพรพระที่วัดมหรรณพาราม โดยได้ไปไหว้หลวงพ่อบุญฤทธิ์ในพระอุโบสถ และหลวงพ่อพระร่วงในพระวิหาร กราบขอให้พระช่วยให้จับเสือให้ได้ อีกทั้งยังขอให้หลวงพ่อช่วยกล่อมใจเสือให้เชื่องอีกด้วย จากนั้นจึงเดินอ้อมไปทางหลังวัด และนั่งหลับตาพักอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง เมื่อลืมตาขึ้นจึงเห็นเสือนอนหมอบอยู่ตรงหน้า ท่าทางเชื่องไม่มีความดุร้ายคล้ายกลับยอมให้จับแต่โดยดี จึงเอาเชือกผูกคอเสือแล้วจูงไปที่ว่าการอำเภอเพื่อที่จะตัดสินโทษ</p>
<p>การตัดสินโดษนั้นมีบทสรุปว่า เสือถูกตัดสินประหารชีวิต ซึ่งเมื่อฟังคำตัดสินแล้วเสือตัวนั้นก็ลงนอนหมอบลงกับพื้นหลับตา และมีน้ำตาไหลลงมาสร้างความสงสารให้แก่คนที่ได้เห็น ยายผ่องจึงขอชีวิตเสือตัวนี้จากนายอำเภอ และขอให้ยกเสือตัวนี้ให้เป็นลูกแทนลูกชายที่ตายไป</p>
<p>เสือตัวนั้นอยู่กับยายผ่องต่อมาอีกหลายปีก่อนที่ยายผ่องจะตายไป ชาวบ้านช่วยกันทำเชิงตะกอนเผาศพยายผ่อง และขณะที่ไฟกำลังโหมลุกเต็มที่ เสือซึ่งเศร้าซึมมาหลายวันก็วิ่งวนไปรอบ ๆ กองไฟ แล้วกระโจนเข้ากองไฟที่กำลังบุกเพื่อที่จะได้ตายตามยายผ่องไป ชาวบ้านจึงร่วมใจกันสร้างศาลขึ้นมาบริเวณใกล้กับวัดมหรรณพาราม ปั้นรูปเสือไว้บนแท่นและเอากระดูกเสือบรรจุไว้ในแท่นนั้น พร้อมทั้งอัญเชิญดวงวิญญาณเสือให้มาสิงสถิตอยู่ในศาล และเรียกชื่อว่า ศาลเจ้าพ่อเสือ</p>
<p>ว่ากันด้วยเรื่องประวัติของศาลเจ้าพ่อเสือมาเสียยาว คราวนี้ก็ได้เวลาที่จะเข้าไปไหว้สักการะเจ้าพ่อเสือกันเสียที โดยสถานที่ตั้งของศาลเจ้าพ่อเสือในปัจจุบันนี้สถานที่ตั้งใหม่ซึ่งย้ายมาที่ถนนตะนาว อย่างที่เห็นในตอนนี้เมื่อสมัยรัชกาลที่ 5 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชประสงค์จะขยายถนนบำรุงเมือง จึงได้ย้ายศาลมาตั้งใหม่ที่ทางสามแพร่ง ถนนตะนาว ใกล้เสาชิงช้า</p>
<p>ศาลเจ้าพ่อเสือนี้เป็นศาลเจ้าอีกแห่งหนึ่งที่มีผู้คนมาไหว้มากมาย ผู้คนที่ศรัทธาและควันธูปด้านในแทบไม่เคยจางหาย โดยเฉพาะในช่วงวันตรุษจีน และช่วงเทศกาลกินเจที่เพิ่งผ่านพ้นไปไม่นานนี้ เรียกว่าถ้าไปไหว้ในช่วงเวลานั้นก็คงต้องเสียน้ำตา เพราะแสบตาจากควันธูปภายในศาลเป็นแน่</p>
<p>สถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายในศษลเจ้าก็สวยงามเช่นเดียวกัน คนส่วนมากที่มากรราบไหว้ที่ศาลเจ้าพ่อเสือก็เพื่อมาขอพรในเรื่องของการงาน การเงิน และโชคลาภต่าง ๆ แต่คนที่ไม่คุ้นเคยกับศาลเจ้า หรือเพิ่งเคยมาไหว้เป็นครั้งแรกก็อาจจะงง ๆ กับธรรมเนียมการไหว้ ไม่รู้จะไหว้องค์ไหนก่อน เพราะมีเทพหลายองค์ทีเดียวภายในศาล หรือจะปักธูปปักเทียนตรงไหนก่อนดี เรื่องนี้ก็ไม่เป็นปัญหา เพราะบริเวณหน้าศาลเจ้าก็จะมีพ่อค้าแม่ค้าที่ขายเครื่องเซ่นไหว้เจ้าพ่อเสือ เมื่อเราไปซื้อเครื่องเซ่นไหว้จากร้านของเขา บางร้านจะถามว่าไหว้เป็นหรือไม่ หากไหว้ไม่เป็นก็จะมีคนพาเข้าไป และแนะนำวิธีการไหว้ต่าง ๆ ให้</p>
<p>ศาลเจ้าพ่อเสือ ตั้งอยู่เลขที่ 468 ถนนตะนาว ใกล้เสาชิงช้า เป็นศาลเจ้าชาวจีนที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองไทย เป็นศาลเจ้าที่ประดิษฐานเฮี้ยงเทียนเซียงตี่ และรูปเจ้าพ่อเสื้อหรือที่คนจีนเรียกว่า “ตั่วเล่าเอี้ย” (บ้างก็เรียกเฮี๊ยงเทียนเสี่ยงตี) เป็นศาลที่ทั้งคนจีนและคนไทยให้ความเคารพและมากราบไหว้กันนานเป็นร้อยปี ศาลเจ้าแห่งนี้สร้างโดยชายจีนแต้จิ๋วเดิมตั้งอยู่บริเวณถนนบำรุงเมือง เมื่อมีการขยายถนนในสมัยรัชกาลที่ 5 จึงย้ายมาสร้างใหม่ที่บริเวณทางสามแพร่ง ถนนตะนาว เขตพระนคร</p>
<p>ลักษณะอาคารสร้างตามรูปแบบศาลเจ้าที่นิยมทางภาคใต้ของจีนเทพเจ้าประจำศาลคือ เสียนเทียนซั่งตี้” หรือที่คนไทยเรียกว่า “เจ้าพ่อเสือ” นั่นเอง เรื่องราวตำนานของเจ้าพ่อเสือที่ชาวบ้านย่านนี้เล่าขานนั้น เชื่อมโยงกับหลวงพ่อพระร่วง วัดมหรรณพ์ สะท้อนถึงความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องชาวไทยและชาวจีนในละแวกนี้ที่มีมาช้านาน</p>
<p><strong>วิธีสักการะ</strong><strong></strong></p>
<p>ไหว้ด้วยธูป 18 ดอก ปัก 6 กระถาง เทียนแดง 1 คู่ และพวงมาลัย 1 พวง การสักการะเจ้าพ่อฯ จะต้องซื้อเครื่องเซ่น ซึ่งประกอบด้วยหมูสามชั้น ไข่ดิบ และข้าวเหนียวหวาน ชุดเล็ก ราคา 20 บาท และชุดใหญ่ ราคา 50 บาท</p>
<p>เวลาที่เหมาะสมสำหรับการเดินทางไปสักการะคือ ช่วงเวลา 06.00 – 17.00 น. ทุกวัน ควรเดินทางด้วยรถประจำทาง หรือรถแท็กซี่จะสะดวกกว่าเนื่องจากสถานที่จอดรถมีจำนวนจำกัด</p>
<p>รถประจำทางที่ผ่านวัด มีสาย 10, 12, 19, 35, 42 และ ปอ.12</p>
<div class="plus-one-wrap"><g:plusone href="http://www.horadaily.com/%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad/"></g:plusone></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.horadaily.com/%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b9%80%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b8%ad/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ไหว้ศาลเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อ</title>
		<link>http://www.horadaily.com/%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%8b%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b9%89/</link>
		<comments>http://www.horadaily.com/%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%8b%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b9%89/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 01 Feb 2012 17:25:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สร้างบุญ เสริมดวง]]></category>
		<category><![CDATA[ไหว้ศาลเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.horadaily.com/?p=2117</guid>
		<description><![CDATA[<br/>ประวัติศาลเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อ ศาลเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อ สร้างขึ้นเมื่อเดือนมีนาคม 2534 โดยอาจารย์สมชาย เฉยศิริ สร้างเป็นศาลเจ้าขนาดเล็กบนเนื้อที่ 200 ตารางวา ต่อมาด้วยบารมีแห่งองค์เทพเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อ ทำให้ศิษยานุศิษย์ พ่อค้า และประชาชนที่เคารพเลื่อมใส ร่วมบริจาคทุนสร้างศาลเจ้าหลังใหม่ขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 กรกฎาคม 2538 โดยอาจารย์สมชาย เฉยศิริ เป็นผู้ประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ โดยมีวัตถุประสงค์สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติครบรอบ 72 พรรษา ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ใช้เวลาก่อสร้างกว่า 4 ปี บนเนื้อที่ 4 ไร่ เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2541 สมเด็จพระสังฆราชฯ เสด็จมาเป็นประธานพิธีเททองหล่อพระพุทธ 7 องค์ และพระราชทานนามศาลเจ้าแห่งนี้ว่า “วิหารเทพสถิตพระกิติเฉลิม” ขยายอาคารและเนื้อที่ประกอบด้วยอาคารหลัก 3 หลัก หอฟ้าดิน 1 หลัง บนเนื้อที่ประมาณ 13 ไร่ ศาลเจ้าแห่งนี้เดิมเป็นเพียงศาลเจ้าเล็ก ๆ ไม่ใหญ่โตมากนัก ภายในเป็นที่ประดิษฐานองค์เจ้าหน่าจาซาไท้จื้อ ซึ่งชาวจีนเคารพนับถือมากว่าเป็นเทพเจ้าแห่งความสำเร็จทั้งปวง จึงมีผู้นิยมมากราบไหว้ขอพรให้ชีวิตมีแต่ความเจริญรุ่งเรืองในธุรกิจการค้ามากมาย [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<br/><p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.horadaily.com/wp-content/uploads/2012/02/083.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-2118" title="083" src="http://www.horadaily.com/wp-content/uploads/2012/02/083.jpg" alt="" width="268" height="188" /></a></p>
<p><strong>ประวัติศาลเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อ</strong><strong></strong></p>
<p>ศาลเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อ สร้างขึ้นเมื่อเดือนมีนาคม 2534 โดยอาจารย์สมชาย เฉยศิริ สร้างเป็นศาลเจ้าขนาดเล็กบนเนื้อที่ 200 ตารางวา</p>
<p>ต่อมาด้วยบารมีแห่งองค์เทพเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อ ทำให้ศิษยานุศิษย์ พ่อค้า และประชาชนที่เคารพเลื่อมใส ร่วมบริจาคทุนสร้างศาลเจ้าหลังใหม่ขึ้นเมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 กรกฎาคม 2538 โดยอาจารย์สมชาย เฉยศิริ เป็นผู้ประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ โดยมีวัตถุประสงค์สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติครบรอบ 72 พรรษา ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ใช้เวลาก่อสร้างกว่า 4 ปี บนเนื้อที่ 4 ไร่ เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2541 สมเด็จพระสังฆราชฯ เสด็จมาเป็นประธานพิธีเททองหล่อพระพุทธ 7 องค์ และพระราชทานนามศาลเจ้าแห่งนี้ว่า “วิหารเทพสถิตพระกิติเฉลิม”</p>
<p>ขยายอาคารและเนื้อที่ประกอบด้วยอาคารหลัก 3 หลัก หอฟ้าดิน 1 หลัง บนเนื้อที่ประมาณ 13 ไร่ ศาลเจ้าแห่งนี้เดิมเป็นเพียงศาลเจ้าเล็ก ๆ ไม่ใหญ่โตมากนัก ภายในเป็นที่ประดิษฐานองค์เจ้าหน่าจาซาไท้จื้อ ซึ่งชาวจีนเคารพนับถือมากว่าเป็นเทพเจ้าแห่งความสำเร็จทั้งปวง จึงมีผู้นิยมมากราบไหว้ขอพรให้ชีวิตมีแต่ความเจริญรุ่งเรืองในธุรกิจการค้ามากมาย และเริ่มมีการก่อสร้างเพิ่มเติมโดยใช้งบประมาณการก่อสร้างกว่า 300 ล้านบาท มีความสวยงามโดดเด่น และเป็นเอกลักษณ์ด้วยสถาปัตยกรรมีนอันวิจิตรตระการตา จนทำให้ผู้คนที่ผ่านไปมาล้วนตื่นตาตื่นใจ และเข้าเยี่ยมชมไม่ขาดสายทั้งชายไทยและชาวต่างประเทศถึงขณะนี้</p>
<p>เมื่อวันที่ 11 มกราคม 2541 สมเด็จพระสังฆราชฯ เสด็จมาเป็นประธานพิธีเททองหล่อพระพุทธ 7 พระองค์ และทรงประทานพระบรมสารีริกธาตุสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า 9 พระองค์ ให้แก่คณะกรรมการมูลนิธิธรรมรัศมีมณีรัตน์เพื่อทำพิธีบรรจุ และได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ ท่าน ม.ร.ว. อดุลกิติ์ กิติยากร เป็นประธานในพิธีบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ สมเด็จพระสังฆราชฯ ได้พระราชทานนามวิหารแห่งนี้ว่า “วิหารเทพสถิตพระกิติเฉลิม” มีความหมายว่า เป็นที่สถิตของทวยเทพเจ้าทั้งหลาย</p>
<p><strong>การสักการะ ณ ศาลเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อ (วิหารเทพสถิตพระกิติเฉลิม)</strong><strong></strong></p>
<p>จุดธูปที่ตะเกียงและตั้งจิตอธิษฐาน เติมน้ำมันตะเกียงที่นห้าศาลเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อด้านล่าง</p>
<p>จุดที่ 1        ไหว้ที่ศาลาฟ้าดิน ธูป 3 ดอก</p>
<p>จุดที่ 2        ไหว้องค์เทพเจ้าหน่าจาฯ ที่สระบัว ธูป 3 ดอก</p>
<p>จุดที่ 3        ด้านในศาลเจ้าเริ่มจากองค์เทพเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อ ตรงกลางเจ้าที่จากซ้ายไปจนสุด แล้วเริ่มด้านขวาไปจนสุด</p>
<p><strong>ประวัติองค์เทพเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อ (องค์พระจตุรพิธพรชัยเทพ)</strong><strong></strong></p>
<p>องค์เทพเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อ เป็นตำนานที่เล่าขานกันมาแต่ครั้งโบราณกาล สมัยปลายราชวงศ์เชียงต้นราชวงศ์จิว มีจิวบุ้นอ้วงเป็นฮ่องเต้ ในยุคนั้นผู้ที่นับว่าเป็นอัจฉริยะ มี “เกียงจื๋อเง้” หรือเกียงไท้กง และหน่าจาซาไท้จื้อองค์เทพเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อเป็นบุตรคนที่ 3 ของแม่ทัพหลี่เจ๋งกับนางฮิง บุตรคนโตชื่อ “กิมจา” และคนรองชื่อ “บักจา” มารดาตั้งครรภ์หน่าจาเป็นเวลา 3 ปี 6 เดือน จึงคลอด</p>
<p>หลังจากคลอดแล้ว หน่าจาแทนที่จะเป็นเด็กทารกดั่งเช่นเด็กทั่วไป กลับเป็นก้อนเนื้อทรงกลม ๆ ที่ห่อหุ้มไว้ด้วยเนื้อเยื่อและรกพันเต็มไปหมด ยังความตกใจและประหลาดใจแก่แม่ทัพหลี่เจ๋งและนางฮิง ด้วยความประหลาดดังกล่าว หลี่เจ๋งผู้เป็นบิดาจึงใช้กระบี่ฟันก้อนเนื้อ ปรากฏว่าภายในก้อนเนื้อนั้นเป็นเด็กทารกเพศชาย ซึ่งในมือขวาถือห่วงทองคำ และรอบตัวพันด้วยผ้าแพรสีแดง ยังความปิติยินดีให้กับครอบครัว ขุนนางใหญ่น้อยได้มาแสดงความยินดีกับแม่ทัพหลี่เจ๋ง</p>
<p>ในขณะนั้นมีนักพรตท่านหนึ่งนามว่า “ไท้อิกจิงยิ้ง” ซึ่งบำเพ็ญศีลภาวนาอยู่ ณ ยอดเขาเคี่ยงง่วนซัวกิมกวงตัง หรือปัจจุบันเรียกว่า “ไท้อิงติ่ง” มาร่วมแสดงความยินดีด้วย และเมื่อได้เห็นบุคลิกลักษณะของเด็กน้อยก็เกิดความชื่นชม พร้อมกับได้ชี้แจงให้แม่ทัพหลี่เจ๋งและนางฮิงทราบว่า ห่วงทองคำและผ้าแดงที่ติดตัวมานั้นเป็นของศักดิ์สิทธิ์ เป็นผู้มีบุญญาบารมีสูง อีกทั้งได้รับตัวเด็กน้อยไว้เป็นศิษย์ และตั้งชื่อให้ว่า “หน่าจา” เพื่อถ่ายทอดวิชา</p>
<p><strong>ศาลเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อ </strong><strong>: วิหารเทพสถิตพระกิติเฉลิม</strong></p>
<p>เริ่มศักราชใหม่ในเทศกาลตรุษจีนรับสิริมงคลแก่ชีวิต ตลอดไปกับกิจกรรมอันเป็นกุศล ที่วิหารเทพสถิตพระกิติเฉลิมศาลเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อ ตำบลอ่างศิลา อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี เป็นสถานที่สถิตของปวงเทพเจ้าทั้งหลาย ดังความหมายตามนามพระราชทานจากองค์สมเด็จพระสังฆราชฯ เชิญขอพรจากองค์เทพเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อ (องค์พระจตุรพิธพรชัยเทพ) ผู้เป็นเทพเจ้าแห่งความสำเร็จที่ชนทั้งหลายบูชากราบไหว้ เลื่อมใสศรัทธา เชื่อมั่นในบารมีศักดิ์สิทธิ์จนดั้นด้นมาจากทุกสารทิศ เพื่อสักการะน้อมบารมีองค์ท่านปกป้องประทานความสุขความสำเร็จแก่ตนเอง ครอบครัว และปวงเทพเจ้าทั้งหลาย อาทิ พระมหาโพธิสัตว์กวนอิม พระศรีอริยเมตไตรย องค์เง็กเซียนฮ่องเต้ ฯลฯ</p>
<p>วิหารเทพสถิตพระกิติเฉลิม ศาลเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อแห่งนี้จัดว่าเป็นศาลเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อที่สวยงามและใหญ่ที่สุดในโลก จนเป็นที่กล่าวขานของศาสนิกชน และนักท่องเที่ยวทั่วไปทั้งในและต่างประเทศ ชมสถาปัตยกรรมอันวิจิตรตระการตา โบราณวัตถุล้ำค่า พบความเป็นที่สุดในโลกหลากหลายสิ่ง ได้แก่ มังกร สัญลักษณ์ศักดิ์สิทธิ์ เสาฟ้าดิน และเป็นสถานที่ที่มีองค์ไท้ส่วยเอี้ย (ดาวเทพคุ้มครองดวงชะตาประจำปีเกิดของมวลมนุษย์) ครบ 60 องค์ ให้ทุกท่านขอพรได้ตรงตามปีเกิด</p>
<p>การเริ่มต้นที่ดีมีความสำคัญยิ่ง ผู้ต้องการความสำเร็จ ความสุขสวัสดิ์เจริญรุ่งเรือง ปราศจากภยันตรายใด ๆ จึงไม่ควรพลาดงานเทศกาลตรุษจีน ณ วิหารเทพสถิตพระกิติเฉลิม ศาลเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อ ตำบลอ่างศิลา อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี ในทุกปี</p>
<p><strong>วิหารเทพสถิตพระกิติเฉลิม</strong><strong></strong></p>
<p>ชั้นที่ 4 สมเด็จพระอนุตรรมมารดา และเทพเจ้าต่าง ๆ ประดิษฐานรูปองค์พระประธาน หรือองค์พระศรีอริยเมตไตรย และองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอีก 5 พระองค์ ที่ตั้งอยู่ 5 ทิศ และองค์สมเด็จพระอนุตรรมมารดา ผู้ให้กำเนิดแก่จักรวาลทั้งปวง ให้กำเนิดสรรพชีวิตทั้งหลายในโลกา</p>
<p>ชั้นที่ 3 องค์เง็กเซียนฮ่องเต้ เรารู้จักกันดีว่าท่านเป็นผู้ใหญ่แห่งสรวงสวรรค์ ข้าราชการมักนิยมมากราบไหว้ เพื่อมาขอพรท่านให้ได้เลื่อนตำแห่งในหน้าที่การงาน และยังมีองค์เทพเจ้าชาวจีนให้ความเคารพนับถืออื่น ๆ อีกมากมาย</p>
<p>ชั้นที่ 2 องค์เทพเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อ ประดิษฐานรูปองค์เทพเจ้าหน่าจาซาไท้จื้อทั้ง 3 ปาง ที่จำลองมาจากมณฑลเสฉวนประเทศจีน ชั้นนี้มีรูปปั้นของพระแม่กวนอิมที่มีความเมตตากรุณาต่อสัตว์โลกจำนวนมาก สามารถประทานพรให้ผู้ที่มากราบไหว้ให้พ้นภัยต่าง ๆ ได้</p>
<p>ชั้นที่ 1 พระกษิติครรภโพธิสัตว์  และองค์ดาวเทพพระเคราะห์ ประดิษฐานรูปองค์พระกษิติครรภโพธิสัตว์ ซึ่งพระองค์จะต้องไปโปรดเวไนยสัตว์ที่อยู่ในนรก ฉะนั้นในงานศพจะบูชาท่านจนกลายเป็นพิธีไป ในชั้นนี้ยังเป็นที่ประดิษฐานองค์ดาวเทพพระเคราะห์ (องค์ไท้ส่วยเอี้ย) ทั้งหมด 60 องค์</p>
<div class="plus-one-wrap"><g:plusone href="http://www.horadaily.com/%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%8b%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b9%89/"></g:plusone></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.horadaily.com/%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%a5%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%8b%e0%b8%b2%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b9%89/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ไหว้เจ้าพ่อกวนอู</title>
		<link>http://www.horadaily.com/%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b9/</link>
		<comments>http://www.horadaily.com/%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b9/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 01 Feb 2012 17:22:08 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[สร้างบุญ เสริมดวง]]></category>
		<category><![CDATA[ไหว้เจ้าพ่อกวนอู]]></category>
		<category><![CDATA[ไหว้เจ้ามหาเฮง]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.horadaily.com/?p=2112</guid>
		<description><![CDATA[<br/>ท่านกวนอู หยุน ฉาง (ภาษาจีนกลางเรียกนามท่านว่า กวนอี่ว์) เป็นพี่น้องร่วมสาบานกับเล่าปี่ และเตียวหุย ตามพงศาวดารเรื่องสามก๊ก หน้าท่านแดงตลอดเวลาเหมือนพุทราสุก มีหนวดเครางดงาม มีง้าวเป็นอาวุธคู่กาย ท่านมีความรอบรู้ด้านการทหารมาก มีพาหนะสุดยอดคือ ม้าเซ็กเท่า ท่านร่วมชีวิตในการศึกร่วมกับเล่าปี่ด้วยความซื่อสัตว์จงรักภักดี และกล้าหาญหลังจากท่านสิ้นชีวิตลง ท่านได้รับการยกย่องว่าเป็นเทพเจ้าแห่งคุณธรรม และมีความซื่อสัตว์สูงส่ง ภายในศษลเจ้ากวนอูประดิษฐานรูปปั้นของท่าน และด้านข้างมีรูปปั้นเทพเจ้าม้า (เบ๊เอี๊ย)  เซ่นไหว้รูปม้าพร้อมกับเขย่าลูกกระพรวน ซื้อผักให้เทพเจ้าม้าและถวายของไหว้ได้ ณ ศาลแห่งนี้ ศาลเจ้าพ่อกวนอู (บางคนเรียกศาลเจ้าพ่อม้า) ผู้หลักผู้ใหญ่เก่า ๆ มักแนะนำให้ลูกหลานมาไหว้ท่านทุกปี แม้แต่อดีตนายกรัฐมนตรีฯ ท่านบรรหาร ศิลปะอาชา ก็มาสักการะท่านอยู่เสมอ ๆ นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจก็นิยมมาสักการะท่านเช่นกัน กล่าวกันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ฮ่องกงนับถือท่านเป็นเทพเจ้า หรือเป็นองค์อุปถัมภ์ในวิชาชีพของตำรวจเลยก็ว่าได้ ท่านเจ้าพ่อกวนอูเลื่องลือมากในด้านความซื่อสัตว์ กตัญญู และมีอำนาจมีบริวารที่ดี กวนอู คือหนึ่งในเทพแห่งความมั่งคั่ง ซึ่งเป็นที่นิยมมากที่สุดในหมู่นักธุรกิจ การมีองค์กวนอูเอาไว้ไม่เพียงแต่จะช่วยปกป้องคุ้มครองเท่านั้น แต่ยังช่วยเอาชนะการแข่งขันได้อีกด้วย หากธุรกิจของคุณมีคู่แข่งมาก คุณจำเป็นต้องมีองค์กวนอูในภาคที่ถมึงทึง คือ กวนอูเก้ามังกร วางไว้ภายในบ้านหรือสถานที่ประกอบกิจการ และให้หันหน้าไปยังประตูโดยตรง องค์กวนอูจะให้การปกป้องคุ้มครองและดึงดูดความมั่นคั่งเข้ามาให้ เชื่อกันว่าในยามออกศึกกวนอูเป็นแม่ทัพผู้กล้าที่ทรงคุณธรรมและซื่อสัตว์ที่สุด ด้วยเหตุนี้องค์กวนอูจึงเป็นที่ชื่นชอบ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<br/><p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.horadaily.com/wp-content/uploads/2012/02/082.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-2113" title="082" src="http://www.horadaily.com/wp-content/uploads/2012/02/082.jpg" alt="" width="185" height="272" /></a></p>
<p><strong>ท่านกวนอู หยุน ฉาง </strong>(ภาษาจีนกลางเรียกนามท่านว่า กวนอี่ว์) เป็นพี่น้องร่วมสาบานกับเล่าปี่ และเตียวหุย ตามพงศาวดารเรื่องสามก๊ก หน้าท่านแดงตลอดเวลาเหมือนพุทราสุก มีหนวดเครางดงาม มีง้าวเป็นอาวุธคู่กาย ท่านมีความรอบรู้ด้านการทหารมาก มีพาหนะสุดยอดคือ ม้าเซ็กเท่า ท่านร่วมชีวิตในการศึกร่วมกับเล่าปี่ด้วยความซื่อสัตว์จงรักภักดี และกล้าหาญหลังจากท่านสิ้นชีวิตลง ท่านได้รับการยกย่องว่าเป็นเทพเจ้าแห่งคุณธรรม และมีความซื่อสัตว์สูงส่ง</p>
<p>ภายในศษลเจ้ากวนอูประดิษฐานรูปปั้นของท่าน และด้านข้างมีรูปปั้นเทพเจ้าม้า (เบ๊เอี๊ย)  เซ่นไหว้รูปม้าพร้อมกับเขย่าลูกกระพรวน ซื้อผักให้เทพเจ้าม้าและถวายของไหว้ได้ ณ ศาลแห่งนี้</p>
<p><strong>ศาลเจ้าพ่อกวนอู</strong> (บางคนเรียกศาลเจ้าพ่อม้า) ผู้หลักผู้ใหญ่เก่า ๆ มักแนะนำให้ลูกหลานมาไหว้ท่านทุกปี แม้แต่อดีตนายกรัฐมนตรีฯ ท่านบรรหาร ศิลปะอาชา ก็มาสักการะท่านอยู่เสมอ ๆ นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่ตำรวจก็นิยมมาสักการะท่านเช่นกัน กล่าวกันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ฮ่องกงนับถือท่านเป็นเทพเจ้า หรือเป็นองค์อุปถัมภ์ในวิชาชีพของตำรวจเลยก็ว่าได้ ท่านเจ้าพ่อกวนอูเลื่องลือมากในด้านความซื่อสัตว์ กตัญญู และมีอำนาจมีบริวารที่ดี</p>
<p>กวนอู คือหนึ่งในเทพแห่งความมั่งคั่ง ซึ่งเป็นที่นิยมมากที่สุดในหมู่นักธุรกิจ การมีองค์กวนอูเอาไว้ไม่เพียงแต่จะช่วยปกป้องคุ้มครองเท่านั้น แต่ยังช่วยเอาชนะการแข่งขันได้อีกด้วย หากธุรกิจของคุณมีคู่แข่งมาก คุณจำเป็นต้องมีองค์กวนอูในภาคที่ถมึงทึง คือ กวนอูเก้ามังกร วางไว้ภายในบ้านหรือสถานที่ประกอบกิจการ และให้หันหน้าไปยังประตูโดยตรง องค์กวนอูจะให้การปกป้องคุ้มครองและดึงดูดความมั่นคั่งเข้ามาให้ เชื่อกันว่าในยามออกศึกกวนอูเป็นแม่ทัพผู้กล้าที่ทรงคุณธรรมและซื่อสัตว์ที่สุด ด้วยเหตุนี้องค์กวนอูจึงเป็นที่ชื่นชอบ และได้รับการเคารพในฐานะเทพอุปถัมภ์ และเทพผู้ปกป้องคุ้มครองของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ตำรวจ นักการเมือง และผู้นำทางธุรกิจ</p>
<p>รูปเคารพขององค์กวนอูมีหลากหลายภาคที่โดดเด่น แต่เชื่อกันว่าองค์กวนอูในท่ายืน และองค์กวนอูขี่ม้าจะเหมาะสำหรับผู้ที่ประกอบธุรกิจที่สุด ท่ายืนสื่อถึงคามห้าวหาญเด็ดเดี่ยวของท่านในท่ามกลางการชิงไหวชิงพริบ ด้วยเหตุนี้จึงเหมาะสำหรับนักธุรกิจผู้กำลังผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก องค์กวนอูขี่ม้านำการตอบสนองที่รวดเร็ว และว่องไวในสถานการณ์คับขัน ม้าคือสัตว์สูงศักดิ์ ซึ่งมีพลังที่จะช่วยให้คุณฟันฝ่าการแข่งขันได้ ใบหน้าของกวนอูควรจะถมึงทึงและหน้านิ่วคิ้วขมวด เพื่อแสดงให้เห็นถึงความดุร้าย</p>
<p>วิธีเลือกลักษณะขององค์กวนอูที่เหมาะสม จะต้องดูที่การแสดงออกบนใบหน้า ยิ่งดูโกรธและดุเท่าไหร่ก็ยิ่งมีอานุภาพในการช่วยเหลือ ให้ปรับเปลี่ยนสถานการณ์ธุรกิจของคุณได้ สำหรับขนาด ยิ่งมีขนาดใหญ่และมีน้ำหนักเท่าไหร่พลังของกวนอูก็จะยิ่งมีมากขึ้น อัญเชิญองค์กวนอูเข้ามาสู่บ้านของคุณในวันมงคล ที่ไม่ปะทะกับนักษัตรประจำตัวคุณ อย่าวางองค์กวนอูไว้บนพื้น องค์กวนอูควรจะนำไปวางไว้ในที่ยกระดับ โดยให้หันหน้าไปยังประตู ไม่ว่าจะจากผนังด้านไหนก็ตาม แต่ให้องค์กวนอูได้หั่นไปยังทางเข้า</p>
<p>กวนอูเป็นเทพผู้ได้รับการเคารพในหลายบทบาท ดังนั้นการอัญเชิญองค์กวนอูมาไว้ในบ้าน สำนักงาน และสถานที่ประกอบการ จึงนำผลประโยชน์หลายทางมาให้</p>
<ol>
<li>วางองค์กวนอูไว้ในบ้าน โดยหันหน้าไปยังประตูหน้าบ้านเพื่อสร้างพลังแห่งการปกป้องคุ้มครองอันแข็งแกร่ง และต้านทานปราณพิฆาต พลังที่ไม่ดี หรือภูตผีปีศาจไม่ให้เข้ามาในบ้าน</li>
<li>องค์กวนอูที่ทำจากทองเหลืองสามารถนำมาวางไว้ในทิศตะวันตกเฉียงเหนือของบ้าน เพราะทิศตะวันตกเฉียงเหนือสื่อถึงโชคของผู้ชาย ซึ่งเป็นหัวหน้าครอบครัว วิธีนี้จะช่วยกระตุ้นโชคด้านที่ปรึกษา การเกื้อหนุนจากผู้ที่มีอำนาจ และผู้ที่คอยให้ความช่วยเหลือ</li>
<li>ในที่ทำงานให้วางองค์กวนอูไว้ข้างหลังที่ที่คุณนั่ง เพื่อเป็นการรักษาอำนาจและสถานะ ตำแหน่งนี้เหมาะสำหรับผู้จัดการ ผู้นำ ผู้บริหาร และนักการเมือง หรือด้านหลังคุณจะช่วยขจัดปัญหาการถูกหักหลัง และการหลอกลวงในที่ทำงานได้</li>
<li>สำหรับนักธุรกิจ การวางองค์กวนอูให้หันหน้าไปยังทางเข้าร้านที่บริเวณส่วนต้อนรับ จะนำความสำเร็จในการแข่งขันทางธุรกิจมาให้ และปกป้องคุ้มครองให้พ้นจากผู้ที่สร้างความเดือดร้อน องค์กวนอูช่วยป้องกันการหลอกลวง และการฉ้อฉล ส่งเสริมความซื่อสัตว์ และทำให้สิ่งต่าง ๆ ราบรื่น</li>
</ol>
<p>วิธีสักการะเจ้าพ่อกวนอูและบริวารทั้งหลายของท่าน จะขออะไรได้ทั้งบุ๋นและบู๊ ท่านเจ้าพ่อกวนอูเป็นสัญลักษณ์ของความเข้มแข็ง เด็ดเดี่ยว องอาจไม่ครั่นคร้ามต่อศัตรู ท่านเป็นคนจิตใจมั่นคงดั่งขุนเขา มีสติปัญญาเลิศเลอมากและไม่เคยประมาท</p>
<p>การบูชาขอพรก็หมายถึง ขอให้ท่านช่วยอุดช่องว่างไม่ให้เพลี่ยงพล้ำแก่ฝ่ายตรงข้าม และให้เกิดความสมบูรณ์ด้วย คนข้างเคียงที่ซื่อสัตว์หรือบริวารที่ไว้ใจได้นั่นเอง</p>
<p>เครื่องเซ่นไหว้ เจ้าพ่อกวนอูไม่กินเจ ดังนั้น เป็ด ไก่ หมู พวกซาแซจึงสามารถไหว้ได้หมด ส่วนจ้าพ่อม้านิยมประเภทผัก ผักบุ้ง ผักกาดหอม ได้ทั้งนั้น</p>
<p><strong>สถานที่ตั้งศาลเจ้าพ่อกวนอู</strong><strong></strong></p>
<p>ตรอกโรงโดม ซอยอิสรานุภาพ เดินตรงจากศาลเจ้าเล่งบ๊วยเอี๊ยมาเล็กน้อย ถนนเยาวราช กรุงเทพฯ</p>
<p>“เสือ” เป็นสัตว์ที่คนจีนเชื่อว่ามีฤทธิ์เดชมาก สามารถปราบผีหรือสิ่งเลวร้ายของชีวิตได้ หากบ้านใครตั้งอยู่บริเวณทางสามแพร่ง หรือจุดที่ถือกันว่าจะมีวิญญาณเลวร้ายพุ่งเข้าบ้าน จะนิยมเอาเสือคาบดาบไปแขวนไว้ที่หน้าบ้านเพื่อขจัดสิ่งเลวร้าย เคราะห์ร้ายที่จะมากล้ำกรายชีวิตของเราให้พ้นไปหรือว่าบรรเทาลงได้</p>
<div class="plus-one-wrap"><g:plusone href="http://www.horadaily.com/%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b9/"></g:plusone></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.horadaily.com/%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%88%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%9e%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%99%e0%b8%ad%e0%b8%b9/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ดูดวงวันเกิด คนเกิดวันที่22</title>
		<link>http://www.horadaily.com/%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94-%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%992/</link>
		<comments>http://www.horadaily.com/%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94-%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%992/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 01 Feb 2012 17:17:24 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ดูดวงตามวันเกิด]]></category>
		<category><![CDATA[คนเกิดวันที่22]]></category>
		<category><![CDATA[ดูดวงวันเกิด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.horadaily.com/?p=2109</guid>
		<description><![CDATA[<br/>คนเกิดวันที่22 มีบุคลิกภาพที่ซ้อนกันอยู่ แต่ถ้าสังเกตดีๆแล้วก็จะพบว่า นิสัยที่แท้จริงของคนเกิด วันนี้คือ ความคงเส้นคงวาที่ซ่อนอยู่ภายในความอ่อนไหวเปราะบาง แต่เมื่อดูภายนอกจะเห็นว่า เมื่อเผชิญกับ สถานการณ์ที่เปลี่ยนไปจะมีปฏิกิริยาตอบสนองในทันที จึงจำเป็นที่จะต้องมีคน มาประคับประคองให้กำลังใจปลอบใจ คนเกิดวันนี้เมื่อผิดหวังจะแสดงความเสียใจทันที แต่จะค่อยๆรับฟังเหตุผล ทบทวน ไตร่ตรองตามความเป็นจริง รับฟังคำวิพากษ์วิจารณ์แยกแยะ ปัญหา แล้วก็จะค่อยกลับคืนมาทำใจยอมรับ ความเป็นจริง เรียกความมั่นใจกลับคืนมาได้ ในส่วนที่เป็นบุคลิกภาพทางจิตใจที่แท้จริงของคนเกิดวันนี้นั้นก็คือ การเป็นคนที่ทำอะไรเป็น ระเบียบเรียบร้อย ละเอียดละออ รักษากฏเกณฑ์ได้ครบถ้วน และใช้หลักเหตุผลในการตัดสินใจ ที่เด่นมากคือความเป็นคนเสมอต้นเสมอปลาย คงเส้นคงวา ไม่ว่าจะในด้านการทำงาน ความสัมพันธ์ กับคนอื่นหรือเรื่องความรักและ ครอบครัว คนเกิดวันนี้จะแสดงให้เห็นอย่าง สม่ำเสมอ ถึงความรักแหละห่วงใยคนรักหรือคู่ครอง ซึ่งก็หมายความว่า ถ้าท่านเป็นคนยุ่งเหยิง ไร้ระเบียบและตามอารมณ์แล้ว ท่านก็คงไม่ถูกใจคนเกิดวันที่22นัก คนเกิดวันที่22เป็นคนเอาใจใส่ รับผิดชอบการงานเป็นอย่างดี ให้ความสำคัญกับสิ่งที่เรียกว่า มิตรภาพ มากทีเดียวทั้งเป็นคนจริงใจต่อมิตร พร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือมิตรทุกคนอย่างเต็มที่ ปัญหาจึงมีอยู่ว่า ท่าน จะทำให้คนเกิดวันนี้รับท่านมิตรได้อย่างไร คำตอบมีอยู่แล้วถ้าท่านอ่านทบทวน ท่านก็จะสามารถทำได้ คนเกิดวันที่22เกลียดคนที่แสดงอารมณ์ต่อคนอื่น เกลียดคนที่ชอบทำให้คนอื่น เสียหน้าหรือขาดความมั่นใจ แต่เป็นที่น่าแปลกว่าคนที่เกิดวันนี้มีความสามารถเพียงพอ ที่จะเป็นผู้นำที่ดีและคุมคนมากๆได้]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<br/><p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.horadaily.com/wp-content/uploads/2012/02/081.jpg"><img class="alignnone size-full wp-image-2110" title="081" src="http://www.horadaily.com/wp-content/uploads/2012/02/081.jpg" alt="" width="140" height="140" /></a></p>
<p><strong><span style="font-size: small;"><span style="color: #cc3300;">คนเกิดวันที่22 มีบุคลิกภาพที่ซ้อนกันอยู่</span></span></strong><span style="font-size: small;"></p>
<p>แต่ถ้าสังเกตดีๆแล้วก็จะพบว่า นิสัยที่แท้จริงของคนเกิด วันนี้คือ ความคงเส้นคงวาที่ซ่อนอยู่ภายในความอ่อนไหวเปราะบาง แต่เมื่อดูภายนอกจะเห็นว่า เมื่อเผชิญกับ สถานการณ์ที่เปลี่ยนไปจะมีปฏิกิริยาตอบสนองในทันที จึงจำเป็นที่จะต้องมีคน มาประคับประคองให้กำลังใจปลอบใจ</p>
<p><strong><span style="color: #ff0066;">คนเกิดวันนี้เมื่อผิดหวังจะแสดงความเสียใจทันที </span></strong>แต่จะค่อยๆรับฟังเหตุผล ทบทวน ไตร่ตรองตามความเป็นจริง รับฟังคำวิพากษ์วิจารณ์แยกแยะ ปัญหา แล้วก็จะค่อยกลับคืนมาทำใจยอมรับ ความเป็นจริง เรียกความมั่นใจกลับคืนมาได้</p>
<p><strong><span style="color: #ff0066;">ในส่วนที่เป็นบุคลิกภาพทางจิตใจที่แท้จริงของคนเกิดวันนี้นั้นก็คือ</span></strong> การเป็นคนที่ทำอะไรเป็น ระเบียบเรียบร้อย ละเอียดละออ รักษากฏเกณฑ์ได้ครบถ้วน และใช้หลักเหตุผลในการตัดสินใจ ที่เด่นมากคือความเป็นคนเสมอต้นเสมอปลาย คงเส้นคงวา ไม่ว่าจะในด้านการทำงาน ความสัมพันธ์ กับคนอื่นหรือเรื่องความรักและ ครอบครัว คนเกิดวันนี้จะแสดงให้เห็นอย่าง สม่ำเสมอ ถึงความรักแหละห่วงใยคนรักหรือคู่ครอง ซึ่งก็หมายความว่า ถ้าท่านเป็นคนยุ่งเหยิง ไร้ระเบียบและตามอารมณ์แล้ว ท่านก็คงไม่ถูกใจคนเกิดวันที่22นัก</p>
<p><strong><span style="color: #ff0066;">คนเกิดวันที่22เป็นคนเอาใจใส่ รับผิดชอบการงานเป็นอย่างดี </span></strong>ให้ความสำคัญกับสิ่งที่เรียกว่า มิตรภาพ มากทีเดียวทั้งเป็นคนจริงใจต่อมิตร พร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือมิตรทุกคนอย่างเต็มที่ ปัญหาจึงมีอยู่ว่า ท่าน จะทำให้คนเกิดวันนี้รับท่านมิตรได้อย่างไร คำตอบมีอยู่แล้วถ้าท่านอ่านทบทวน ท่านก็จะสามารถทำได้</p>
<p><strong><span style="color: #ff0066;">คนเกิดวันที่22เกลียดคนที่แสดงอารมณ์ต่อคนอื่น</span></strong> เกลียดคนที่ชอบทำให้คนอื่น เสียหน้าหรือขาดความมั่นใจ แต่เป็นที่น่าแปลกว่าคนที่เกิดวันนี้มีความสามารถเพียงพอ ที่จะเป็นผู้นำที่ดีและคุมคนมากๆได้</span></p>
<div class="plus-one-wrap"><g:plusone href="http://www.horadaily.com/%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94-%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%992/"></g:plusone></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.horadaily.com/%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94-%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%992/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ดูดวงวันเกิด คนเกิดวันที่21</title>
		<link>http://www.horadaily.com/%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94-%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%9921/</link>
		<comments>http://www.horadaily.com/%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94-%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%9921/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 01 Feb 2012 17:15:58 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ดูดวงตามวันเกิด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.horadaily.com/?p=2106</guid>
		<description><![CDATA[<br/>เกิดวันที่21 มีเสน่ห์ สร้างมิตรภาพ คนเกิดวันที่21เป็นคนที่ใครๆถ้าได้สัมผัสใกล้ชิดหรือแม้เป็นเพื่อนร่วมงานด้วยก็จะรู้สึกในความ นุ่มนวลเจ้าเสน่ห์น่าคบ ได้เป็นอย่างดี เพราะคนเกิดวันนี้เป็นคนง่ายๆคบใครก็ทำตัวเรียบง่าย เสมอหน้ากันหมดทุกคนทุกระดับขั้น ความสามารถ พิเศษของคนที่เกิดวันนี้ก็คือความสามารถ ในการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ และความสามารถในการแก้ไขสถานการณ์ ตึงเครียดลงได้ ด้วยความนุ่มนวลที่มีอยู่ในตัว คุณสมบัติยอดเยี่ยมอีกอย่างหนึ่งคือ การเก็บซับรายละเอียดต่างๆ อย่างรอบคอบตลอดเวลา เมื่อถึงเวลาตัดสินใจก็ทำได้รอบคอบถูกต้องซึ่งจุดนี้เป็นเรื่องสำคัญ สำหรับคนที่มีเพื่อนเกิดวันที่21 ควรรู้เพราะถ้าจะเสแสร้งเพื่อให้ถูกใจคนเกิดวันนี้ได้ยาก ท่านจะถูกสังเกตอยู่เสมอโดยไม่รู้ตัวว่ากำลังถูกสังเกต คนที่เกิดวันนี้ มีพรสวรรค์ในการสร้างมิตรภาพ มีวิธีการที่แนบเนียนและนุ่มนวลในการทำความ รู้จักกับคนอื่นๆยิ่งเมื่อ ประกอบกับนิสัยร่าเริงสนุกสนาน เป็นคนง่ายๆเข้ากับคนได้ทุกระดับชั้น ด้วยแล้วคนเกิดวันนี้จึงเป็นคนมีมิตรสหายมากมาย คนเกิดวันนี้แม้จะชอบพูดถึงความสามารถ ที่ตนเองมีอยู่บ้างเหมือนกับคนที่เกิดวันอื่นๆก็ตาม แต่ก็จะไม่พูดโอ้อวดเกินจริง และที่สำคัญ คนที่เกิดวันนี้จะไม่ยกคนข่มคนอื่นเป็นอันขาด และเขาไม่ชอบคนที่ข่มคนอื่นด้วย จึงเป็นคน ที่ทำให้คนที่ รู้จักรู้สึกสบายใจและปลอดภัยเมื่อได้พูดคุยด้วย แล้วท่านจะหลีกเพื่อนที่ดีน่ารัก เช่นนี้ไปได้อย่างไร? คนเกิดวันที่21เข้าใจคน เห็นอกเห็นใจและเป็นคนช่างเอาใจและมีจิตสำนึกคือมีความรู้สึกนึกคิด ในทางที่ดีงามเสมอ เมื่อมี ปัญหาใดๆก็พอใจที่จะเข้าไปแก้ปัญหาด้วยการเจรจาอย่างนุ่มนวลแบบ นักการฑูตมากกว่าที่จะใช้วิธีการที่รุนแรง แต่คนที่เกิดวันนี้เมื่อถึงคราวจะต้องใช้ความเด็ดขาด รุนแรงขึ้นมาก็จะใช้ได้อย่างเฉียบขาด และเฉียบคมมีคำพูดที่เชื่อดเฉือนหัวใจยิ่งกว่าที่เรียกว่า ใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งซะอีก]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<br/><p><a class="highslide" onclick="return vz.expand(this)" href="http://www.horadaily.com/wp-content/uploads/2012/02/080.jpg"><img class="alignnone size-thumbnail wp-image-2107" title="080" src="http://www.horadaily.com/wp-content/uploads/2012/02/080-150x150.jpg" alt="" width="150" height="150" /></a></p>
<p><strong><span style="font-size: small;"><span style="color: #cc3300;">เกิดวันที่21 มีเสน่ห์ สร้างมิตรภาพ</span></span></strong><span style="font-size: small;"></p>
<p>คนเกิดวันที่21เป็นคนที่ใครๆถ้าได้สัมผัสใกล้ชิดหรือแม้เป็นเพื่อนร่วมงานด้วยก็จะรู้สึกในความ นุ่มนวลเจ้าเสน่ห์น่าคบ ได้เป็นอย่างดี เพราะคนเกิดวันนี้เป็นคนง่ายๆคบใครก็ทำตัวเรียบง่าย เสมอหน้ากันหมดทุกคนทุกระดับขั้น ความสามารถ พิเศษของคนที่เกิดวันนี้ก็คือความสามารถ ในการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ และความสามารถในการแก้ไขสถานการณ์ ตึงเครียดลงได้ ด้วยความนุ่มนวลที่มีอยู่ในตัว คุณสมบัติยอดเยี่ยมอีกอย่างหนึ่งคือ การเก็บซับรายละเอียดต่างๆ อย่างรอบคอบตลอดเวลา เมื่อถึงเวลาตัดสินใจก็ทำได้รอบคอบถูกต้องซึ่งจุดนี้เป็นเรื่องสำคัญ สำหรับคนที่มีเพื่อนเกิดวันที่21 ควรรู้เพราะถ้าจะเสแสร้งเพื่อให้ถูกใจคนเกิดวันนี้ได้ยาก ท่านจะถูกสังเกตอยู่เสมอโดยไม่รู้ตัวว่ากำลังถูกสังเกต</p>
<p><strong><span style="color: #ff0066;">คนที่เกิดวันนี้ มีพรสวรรค์ในการสร้างมิตรภาพ</span></strong> มีวิธีการที่แนบเนียนและนุ่มนวลในการทำความ รู้จักกับคนอื่นๆยิ่งเมื่อ ประกอบกับนิสัยร่าเริงสนุกสนาน เป็นคนง่ายๆเข้ากับคนได้ทุกระดับชั้น ด้วยแล้วคนเกิดวันนี้จึงเป็นคนมีมิตรสหายมากมาย</p>
<p><strong><span style="color: #ff0066;">คนเกิดวันนี้แม้จะชอบพูดถึงความสามารถ ที่ตนเองมีอยู่บ้าง</span></strong>เหมือนกับคนที่เกิดวันอื่นๆก็ตาม แต่ก็จะไม่พูดโอ้อวดเกินจริง และที่สำคัญ คนที่เกิดวันนี้จะไม่ยกคนข่มคนอื่นเป็นอันขาด และเขาไม่ชอบคนที่ข่มคนอื่นด้วย จึงเป็นคน ที่ทำให้คนที่ รู้จักรู้สึกสบายใจและปลอดภัยเมื่อได้พูดคุยด้วย แล้วท่านจะหลีกเพื่อนที่ดีน่ารัก เช่นนี้ไปได้อย่างไร?</p>
<p><strong><span style="color: #ff0066;">คนเกิดวันที่21เข้าใจคน เห็นอกเห็นใจและเป็นคนช่างเอาใจและมีจิตสำนึก</span></strong>คือมีความรู้สึกนึกคิด ในทางที่ดีงามเสมอ เมื่อมี ปัญหาใดๆก็พอใจที่จะเข้าไปแก้ปัญหาด้วยการเจรจาอย่างนุ่มนวลแบบ นักการฑูตมากกว่าที่จะใช้วิธีการที่รุนแรง แต่คนที่เกิดวันนี้เมื่อถึงคราวจะต้องใช้ความเด็ดขาด รุนแรงขึ้นมาก็จะใช้ได้อย่างเฉียบขาด และเฉียบคมมีคำพูดที่เชื่อดเฉือนหัวใจยิ่งกว่าที่เรียกว่า ใบมีดโกนอาบน้ำผึ้งซะอีก</span></p>
<div class="plus-one-wrap"><g:plusone href="http://www.horadaily.com/%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94-%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%9921/"></g:plusone></div>]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.horadaily.com/%e0%b8%94%e0%b8%b9%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%87%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94-%e0%b8%84%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%81%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%9921/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

