ดูดวง | ดูดวงแม่นๆ | ดูดวงตามราศี | ดูดวงตามวันเกิด | ดูดวง ตามเดือนเกิด | ดูดวง ตามวันที่เกิด | ดูดวง ตามเวลาเกิด | ความหมายของเลขศาสตร์ | ไหว้พระธาตุตามราศีเกิด | พระธาตุประจำวันเกิด |พุทธฎีกาพยากรณ์ | พุทธทำนาย | วิธีแก้กรรมด้วยตนเอง | การเสริมดวง เสริมมงคลชีวิต | ต้นไม้เสริมดวงชะตา | เลือกใช้รถให้ถูกโฉลก . ลายเซ็นเสริมดวงชะตา | เสริมฮวงจุ้ยด้วยต้นไม้ |ฮวงจุ้ยของตำแหน่งเตียงนอน | ทำนายฝัน | ทำนายไฝ | ทักษามหาวันเกิด | เครื่องดื่มบอกนิสัย | รวมเรื่องทำนายทายทัก | ทายนิสัยจากดวงตา | แปรงฟันบอกนิสัย | หนังสือบอกอุปนิสัย |ยิ้ม...ที่บอกความเป็นคุณ? | คุณชอบใส่นาฬิกาแบบไหน? | ทายนิสัยจากรองเท้าที่สวมใส่ | มาทายนิสัยจากการ “ควงแฟน” กันดีกว่า! | กีฬาบอกนิสัย | ทายนิสัยจากผลไม้ที่ชอบ | ทรงผมบอกนิสัย |อ่านใจจากฤดูที่ชอบ | ทายนิสัยจากการใช้กระเป๋า | คุณคิดว่าคุณจะเลือกซื้อโปสการ์ดแบบใด | ทำนายนิสัยวิชาที่ชอบ | นิ้วมือที่ชอบบอกความนัย | ถอดรหัสใจหนุ่มๆ | มื้อแรก “บอกนิสัย” |ทายนิสัยจากต่างหู | ทายนิสัยจากลำดับการการเป็นลูก | ทายนิสัยจากการใส่แหวน.ทายนิสัยจากจินตนาการ | ทายนิสัย จากการชอบไข่!! | อาหารเช้าบอกนิสัย |การเก็บเงินของคุณบอกนิสัยอะไรได้บ้าง | ของสะสมบอกนิสัย | เรื่องของรูปหน้า | การเขินบอกนิสัย | ทายนิสัย จากริมฝีปาก | ทายนิสัยจากรสชาติอาหาร | จูบทายนิสัย | ดูนิสัยเมื่อมีรัก |วันเกิดเผยตัวตน | การเลือกสีเสื้อผ้าตามวันเกิด | วันเกิดบอกนิสัยและเนื้อคู่ | ทำนายตามราศี - ความรักและชีวิตคู่ | ทายนิสัยจากไอศกรีม | ทายนิสัยจากท่านั่ง | ทายนิสัยจากการหัวเราะ |ทายนิสัยจากห้องนอน | ทายนิสัยจากการอาบน้ำ | ทายนิสัยจากสีของรถยนต์ | ทายนิสัยจากสถานที่ชอบทานข้าว | ทำนายอักษรตัวแรกของ E-mail | ทายนิสัยจากสไตล์ตลกที่ชอบดู |ทายนิสัยจากบริเวณในบ้านที่ชอบอยู่ | ทายนิสัยจากลักษณะจานชามที่ชอบใช้ | ทายใจ.....จากเบอร์โทรศัพท์มือถือ | ทายนิสัยจากสีที่ชอบ | แบบทดสอบบุคลิกภาพส่วนตัวของคุณ | ความรักตามกรุ๊ปเลือด |งานอดิเรกบอกนิสัย | กระจกบอกนิสัย | รวมแบบทดสอบ ทายใจ ทายนิสัย | คำนวณ บอกนิสัยแฟน | ทายนิสัยจากการใส่แหวน | คุณเป็นคน ขี้เหงาหรือเปล่า? | มาทายใจกันว่าคุณเป็นคนยังไง |คุณเป็นคนแบบไหนกันนะ | คุณเป็นคนแบบไหนกันนะ | แบบทดสอบความรัก | ทำนายทายใจ จากตั๋วรถไฟ & ตั๋วรถเมล์ | แบบทดสอบ มุมมอง ความรัก| เครื่องดื่มบอกนิสัย | ทายนิสัยจากสบู่ |ทายใจคุณกับเวทมนตร์แม่มดสาวเจ้าเสน่ห์ | แบบทดสอบค้นหาความรักในตัวคุณ | ทายนิสัยจากการเดิน | รถยนต์ | บ้าน-แต่งบ้าน | Mobile | อ่านข่าว | ท่องเที่ยว | สัตว์เลี้ยง | เมนูอาหาร | สุขภาพความงาม | เทคนิคสมัครงาน |ดูดวงแม่นๆ
   

รถยนต์ | บ้าน-แต่งบ้าน | Mobile | อ่านข่าว | ท่องเที่ยว | สัตว์เลี้ยง | เมนูอาหาร | สุขภาพ-ความงาม | เทคนิคสมัครงาน | ดูดวงแม่นๆ |

    ดูดวง

ดวงแม่นๆ
ดูดวงตามราศี

ดูดวง ตามเดือนเกิด

ดูดวง ตามเวลาเกิด

   ทำนายทายทัก
  ความหมายของเลขศาสตร์
ไหว้พระธาตุตามราศีเกิด
พระธาตุประจำวันเกิด
พุทธฎีกาพยากรณ์
พุทธทำนาย
วิธีแก้กรรมด้วยตนเอง
การเสริมดวง เสริมมงคลชีวิต
ต้นไม้เสริมดวงชะตา
เลือกใช้รถให้ถูกโฉลก
ลายเซ็นเสริมดวงชะตา
เสริมฮวงจุ้ยด้วยต้นไม้
ฮวงจุ้ยของตำแหน่งเตียงนอน
ทำนายฝัน

ทำนายไฝ

ทักษามหาวันเกิด

   หางาน งานราชการ

บริษัท ศรีสุทธาสเตชั่นเนอรี่ อิมปอร์ต จำกัด  job ?? ???? ????????
(2008-11-21)
บริษัท ศรีสุทธาสเตชั่นเนอรี่ อิมปอร์ต จำกัด
Marketing communication Officer, ...
บริษัท ไอที สแควร์ จำกัด  job ?? ???? ????????
(2008-11-21)
บริษัท ไอที สแควร์ จำกัด
Programer Java , JSP,J2EE และ Jboss...
(2008-11-21)
Rainforest co.ltd
...
(2008-11-21)
ART OF DESIGN
ตัวแทนจำหน่ายสินค้า ด่วนมาก!!, ...
บริษัท ซีลเทค อินดัสตรีส์ จำกัด  job ?? ???? ????????
(2008-11-21)
บริษัท ซีลเทค อินดัสตรีส์ จำกัด
เจ้าหน้าที่ขาย, เจ้าหน้าที่อาวุโสทร...
พุทธทำนาย
 
 


ตอนที่  


                ข้อ ๘. สุบินว่า " ได้เห็นกระออมใหญ่ใบหนึ่งมีน้ำเต็ม และมีโอ่งเปล่าล้อมกระออมใหญ่อยู่หลายใบ  มีคนมาตักน้ำจาก ๘ ทิศ  เทลงในกระออมที่มีน้ำเต็มอยู่แล้ว  แทนที่จะเทลงในโอ่งเปล่าที่ไม่มีน้ำ ดังนั้นน้ำในกระออมจึงไหลล้นออกมา " ทรงพระพุทธทำนายว่า " คนที่รวยอยู่แล้วยิ่งมีคนยากจนมาหารายได้ให้ หรือส่งเสริมให้รวยมากขึ้น   การที่คนจนมาทำงานส่งเสริมให้คนรวย แทนที่จะสร้างฐานะให้ตนเองร่ำรวยก็เหมือนคนที่มาตักน้ำใส่กระออมอันมีน้ำเต็มอยู่นั่นเอง”

คงไม่ต้องอธิบายเพิ่มให้มากความ   เพราะทุกวันนี้ก็เห็นกันอย่างชัดเจนอยู่แล้ว ว่าอัตราส่วนคนจนกับคนรวยนั้น ห่างกันมากขนาดไหน ไม่งั้นคงไม่มีเพลงมาร้องปาว ๆ ว่า    "เรามันจนก็ต้องจนต่อไปใครจะรวยเท่าไรก็ปล่อยให้รวยเสียให้เข็ด"

ข้อ ๙. สุบินว่า  "สระใหญ่แห่งหนึ่งมีบัวนานาชนิดขึ้นอยู่เต็ม มีท่าขึ้นลงอยู่รอบสระ สัตว์ต่าง  พากันลงมาดื่มน้ำในสระ แต่แทนที่ริมสระน้ำจะขุ่น เพราะสัตว์ลงมาดื่มกิน น้ำกลับใส   ส่วนที่กลางสระที่สัตว์ต่าง ๆ พากันไปไม่ถึงนั้นแทนที่น้ำจะใสกลับขุ่นคลั่ก" ทรงพระพุทธทำนายว่า" ต่อไปผู้เป็นใหญ่ในประเทศจะไม่ตั้งอยู่ในธรรม มักรีดนาทาเร้นราษฏรในเมืองหลวง ทำให้ราษฏรทนไม่ได้ก็เลยอพยพไปอยู่ยังชายแดนหมด เมืองหลวงก็ว่างเปล่าไม่มีคนส่วนชายแดนหนาแน่นด้วผู้คน เหมือนกลางสระน้ำขุ่นริมสระน้ำใสนั้น"

ในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายก่อนเสียกรุง  มีผู้คนไม่น้อยที่อพยพหลบหนีภัยสงครามบ้าง ภัยจากพวกขุนนางขี้ฉ้อบ้าง ออกไปอยู่นอกเมือง หรือจะเรียกว่า "เข้าไปอยู่ในป่าก็ได้แม้กระทั่งพระยาวชิรปราการ หรือ พระยาตาก (สิน) ก็ยังรวบรวมสมัครพรรคพวก ฝ่าวงล้อมพม่าออกไปตั้งมั่นยังหัวเมืองชายฝั่งตะวันออกเลยเพราะทนความเหลวแหลกของผู้เป็นใหญ่ในสมัยนั้นไม่ไหว

มาดูในสมัยปัจจุบันบ้าง ผมกับท่านผู้อ่านยังนับว่าโชคดีที่ได้อพยพมาอยู่อเมริกา มีเจ้าของตึกสูงเสียดฟ้าคนหนึ่ง  ต้องขายกิจการ และทรัพย์สินทั้งหมด อพยพตัวเองและครอบครัวไปอยู่ต่างประเทศ  เพราะทนต่อระบบการขอบริจาคที่คุณไม่ควรปฏิเสธ ไม่ไหว โลกของเราแคบลง หนีไปชายแดนก็คงจะหนีไม่พ้น หนีไปอยู่บ้านอื่นเมืองอื่นเสียเลย สงสารพี่น้องชาวไทยอีกหลายคน ที่อุตส่าห์ไปทำหนังสือเดินทางทิ้งเอาไว้   เพื่อปลอบใจตนเองว่า สักวันคงได้ไปอยู่ไปทำงานต่างประเทศกับเขาบ้างแล้วผลออกมาเป็นอย่างไรท่านผู้อ่านลองนึกต่อทีเถอะครับ

 ข้อ ๑๐.  สุบินว่า "เห็นข้าวหุงในหม้อใบหนึ่ง มี ๓ อย่าง คือ ข้างหนึ่งดิบ ข้างหนึ่งเปียก อีกข้างหนึ่งเป็นท้องเลน" ทรงพระพุทธทำนายว่า" ต่อไป เมื่อคนไม่อยู่ในศีลธรรมแล้ว ฝนก็จะไม่ตกโดยทั่วถึง ส่วนที่ไม่ตกเลย ข้าวกล้าก็เหี่ยวแห้ง ส่วนตกพอดีข้าวกล้าก็งอกงาม เหมือนข้าวสุกในหม้อเดียวกันมีเป็น ๓ อย่าง"

ข้อ ๑๑ . สุบินว่า " เห็นคนเอาแก่นจันทน์ ราคาแสนตำลึง  ไปแลกกับนมโคที่เสีย"
  ทรงพระพุทธทำนายว่า   "ต่อไปภิกษุอลัชชี ไม่มียางอาย  จะนำธรรมที่ตถาคตกล่าวติเตียนความโลภ  ไปแสดงให้คนอื่นละความโลภ แล้วพากันบริจาคจตุปัจจัยให้แก่ตน   ภิกษุอลัชชีเหล่านั้นจะเที่ยวไปนั่งแสดงธรรมในที่ต่าง ๆ เพื่อหวังลาภ   เหมือนคนเอาแก่นจันทน์อันมีค่า (ธรรมของพระพุทธองค์)ไปแลกกับนมโคเสียฉะนั้น(ทรัพย์สินเงินทองที่คนพากันมาบริจาค)"

ผมไม่ทราบเหมือนกันว่า การติดกัณฑ์เทศน์ หรือ การถวายจตุปัจจัยไทยทาน แก่พระภิกษุสงฆ์ที่นั่งแสดงธรรมบนธรรมมาสน์นั้น เริ่มมีมาแต่สมัยใด   เพราะผมเชื่อแน่ว่า ในสมัยพุทธกาลไม่มีการกระทำเช่นนี้ ในบรรดาเหล่าอุบาสกอุบาสิกาแน่นอน  มิเช่นนั้นพระพุทธองค์ ท่านคงไม่ทรงมีพุทธทำนายเช่นนี้

ในเกร็ดประวัติตอนหนึ่งของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี แห่งวัดระฆังโฆสิตาราม กรุงเทพ ฯ   เนื่องจากท่านเป็นพระนักเทศน์ หรือ "ธรรมกถึกเอก" ในสมัยนั้น กิจนิมนต์การเทศน์ของท่านจึงมีมาก  ไปเทศน์ครั้งหนึ่ง ๆ ได้ข้าวของเครื่องใช้ ผลหมากรากไม้ เป็นลำเรือทีเดียว แต่ท่านก็หาได้มีความโลภในอามิสที่ได้รับไม่  อย่างเช่นคราวหนึ่งในขณะที่กลับมาถึงวัดหลังกิจนิมนต์เทศน์ เจ้าลูกศิษย์วัดสองคนที่ช่วยกันพายเรือพาท่านไปนั้น ได้เกิดเถียงกันในส่วนแบ่งข้าวของที่ติดกัณฑ์เทศน์ว่า" กองนี้ของข้าส่วนกองนั้นเป็นของเอ็งเจ้าอีกคนหนึ่งเห็นว่ากองที่ตนได้มันน้อยไม่คุ้มค่าเหนื่อย ก็เกี่ยงงอนว่า  "เฮ้ยไม่ได้ ของข้าต้องกองนี้ เอ็งเอากองนั้นไป " เถียงกันอยู่นั่นแหละครับ จนสมเด็จโตท่านคงรำคาญ เลยตัดบทพูดสัพยอกไปว่า  "แล้วของฉันล่ะกองไหน ?"   เท่านั้นแหละครับถึงยุติการถกเถียงกันลงไปได้ เพราะในการไปเทศน์แต่ละครั้งนั้น ท่านไม่ได้เคยนึกอยากจะไปเทศน์เพราะหวังในอามิสแม้แต่ครั้งเดียว ข้าวของที่ได้มา   ลูกศิษย์มักจะแบ่งกันไป หรือไม่เช่นนั้นท่านก็จะนำไปให้พระ เณร รูปอื่น หรือคนยากไร้ ทุกครั้งไป  นี่แหละครับ "เนื้อนาบุญอันเลิศของโลก" ที่แท้จริง และหาได้ยากในสมัยปัจจุบัน

บทความที่ผมเขียน ได้พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่กล่าวพาดพิง หรือวิพากษ์วิจารณ์บุคคลหนึ่งบุคคลใดหรือสาบันใดๆ ให้เกิดการเสียหาย เท่าที่ยกตัวอย่างเปรียบเทียบให้เห็นจริงนั้นเนื่องจากไม่สามารหาสิ่งใดมาเปรียบแทนได้ ดังนั้น  หากมีสิ่งใดพลาดพลั้งล่วงเกินไปบ้าง  ผมก็ต้องขอขมากรรมต่อทุกท่านที่พาดพิงถึง ไว้ ณ โอกาสนี้ ขอได้โปรดอโหสิกรรม พบกันใหม่ในสุบินนิมิตที่เหลืออีก ๕ ข้อ ตอนหน้าครับ


ตอนที่ 
   ข้อ ๑๒. สุบินว่า   " ได้เห็นน้ำเต้าที่เขาคว้านไส้ออก  เหลือแต่เปลือกเปล่า  ซึ่งควรจะลอยน้ำแต่กลับจมดิ่งลงในน้ำทรงพระพุทธทำนายว่า  "ต่อไปถ้อยคำของคนชั่ว ไม่มีศีล ไม่มีธรรม จะมั่นคง  ส่วนถ้อยคำของคนดีมีศีลธรรม จะอับเฉา  เหมือนน้ำเต้าเปล่า แต่จมน้ำฉะนั้น "
  ข้อนี้หากให้ผมวิจารณ์ คงต้องออกชื่อ "สมี" หลายต่อหลายคนแน่  เป็นอันว่าไม่วิจารณ์ดีกว่านะครับ ใครจะศรัทธาใครเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล  ผมไม่อยากขัดศรัทธาใคร  เพราะรังแต่จะเกิดโทษมากกว่าประโยชน์สู้เอาเวลาไปขัดเกลากิเลสตนเองจะดีกว่า

                 ข้อ ๑๓. สุบินว่า "ได้เห็นหินก้อนใหญ่ ประมาณเท่าเรือน ลอยอยู่บนผืนน้ำ เหมือนสำเภาหรือเรือใหญ่ ๆ ฉะนั้น "ทรงพระพุทธทำนายว่า" ต่อไปคนดีมีศีลธรรมจะไม่มีใครเคารพนับถือ จะเคารพนับถือแต่คนชั่วไร้ศีลไร้ธรรม เหมือนหินลอยน้ำฉะนั้น

ข้อนี้ต้องรอการพิสูจน์ในอนาคต  เพราะปัจจุบันนี้คนดีมีศีลธรรมยังมีคนเคารพนับถืออยู่ ถึงแม้จะมีบางกลุ่มที่เคารพคนชั่วไร้ศีลธรรมก็ตาม หากวันใดไม่มีใครนับือคนดีมีศีลธรรมแล้วล่ะก็   โลกของเราคงต้องถึงกาลวิบัติแน่

ข้อ ๑๔. สุบินว่า "เห็นนางเขียดเล็กตัวหนึ่ง วิ่งไล่งูเห่าตัวใหญ่ไปโดยกำลังเร็ว แล้วกัดงูเห่ากลืนกินทรงพระพุทธทำนายว่า "ต่อไปสามีจะอยู่ในอำนาจของภรรยา จะถูกภรรยาด่าว่าเช่นคนรับใช้เหมือนนางเขียดกินงูเห่าฉะนั้น" ข้อนี้ จะเรียกว่า "ภรรยาธิปไตยก็อาจจะไม่ถูกต้องนัก เป็นอันว่า ใครที่ตกอยู่ในสภาพเดียวกับผม ก็ถือเสียว่าอยู่สมาคมคนรักเมีย โดยอุปโลกน์ผมเป็นนายกสมาคมก็แล้วกันนะครับ

ข้อ ๑๕. สุบินว่า  "ได้เห็นหงส์ทองแวดล้อมด้วยกาในที่ต่างๆ "  ทรงมีพระพุทธทำนายว่า   " ต่อไปผู้มีตระกูลจะต้องเที่ยวประจบสวามิภักดิ์ผู้ไม่มีตระกูล เหมือนหงส์ทองแวดล้อมด้วยกาฉะนั้น "
  เป็นไปได้ครับ ถ้าผู้ด้อยตระกูล เกิดถูกหวยรวยล็อตโต้ขึ้นมา  จะจ้างบริวารที่สูงส่งด้วยศักดิ์ตระกูลแต่ด้อยด้วยสินทรัพย์มาเป็นข้ารับใช้     ห้อมล้อมหน้าหลังเท่าไรก็ได้  ตราบใดที่สังคมยังให้ความนับถือเงินตราว่า เป็น "พระเจ้า" อย่างที่ใครเขาพูดกันว่า "คนมีเงินทำอะไรไม่น่าเกลียด" ไงล่ะครับ
 

ข้อ ๑๖. สุบินว่า   "ได้เห็นแพะไล่ติดตามเสือเหลือง แล้วกินเสือเหลืองเสีย  ภายหลังเสืออื่น ๆ เห็นแพะแต่ไกลก็เกิดความหวาดกลัว พากันวิ่งหนีหลบซ่อนไปในที่ต่างๆ" ทรงมีพระพุทธทำนายว่า "ต่อไปศิษย์จะสู้ครูผู้น้อยจะข่มเหงผู้ใหญ่ คนดีจะถูกคนชั่วเบียดเบียนและจะต้องหลบหลีกซ่อนเร้นไปเพราะกลัวเหมือนเสือหนีแพะฉะนั้น"

จากพุทธทำนายทั้ง ๑๖ ข้อ จะสังเกตเห็นได้ว่า "เมื่อความเจริญทางด้านวัตุมีมากขึ้นเท่าไร ในส่วนที่เป็นความเจริญในด้านจิตใจ ก็จะต่ำทรามลงมากเท่านั้น และจะต่ำถึงที่สุดถึงขั้นกลียุคเลยทีเดียว "  ในสมัยพุทธกาลหรือโบราณกาลนั้น    สังคมมนุษย์อยู่ด้วยกันอย่างสันติสุข เพราะสภาพสังคมที่เอื้ออำนวยในทางที่ดี อยู่ในครรลองของศีลธรรม  ไม่ว่าจะเป็นสถาบันครอบครัว ที่มีสามี(พ่อ)เป็นหัวหน้าครอบครัว หรือ "ช้างเท้าหน้า " มีภรรยา (แม่) เป็นผู้คอยให้การสนับสนุน ช่วยดูแลบ้านเรือน อบรมกุลบุตร กุลธิดา และบ่าวไพร่ในบ้าน ให้อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข ด้วยหลักแห่งพระพุทธศาสนา  และจารีตประเพณีที่งดงาม เมื่อหน่วยที่เล็กที่สุดของสังคม สงบสุขเรียบร้อยแล้ว  สังคมโดยส่วนรวมย่อมจะสงบสุขเรียบร้อยไปด้วยเช่นเดียวกัน

แต่ยุคปัจจุบัน  พุทธทำนายของพระพุทธองค์ได้ปรากฎเด่นชัดให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงไปในทางที่เสื่อมของจิตใจที่ไม่ตั้งมั่นอยู่ในศีลธรรม ก่อให้เกิดความปั่นป่วนวุ่นวาย ไม่สงบสุขเหมือนดังแด่ก่อน ซึ่งเราท่านจะไปตีโพยตีพายโทษใครคนหนึ่งคนใดหาได้ไม่ เพราะมันเป็น "วัฎจักรแห่งธรรม" (ธรรมชาติ) มันย่อมมีการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป  แม้แต่พระพุทธศาสนาของพระบรมศาสดาเอง   เมื่อพระพุทธองค์ได้ทรงประกาศพระศาสนาแล้ว พระองค์ยังทรงมีพุทธพยากรณ์เกี่ยวกับอายุของพระศาสนาไว้เพียง ,๐๐๐ ปีเท่านั้น  ซึ่งนับว่ามีอายุน้อยที่สุดในภัทรกัปป์นี้ก็ว่าได้ ครับ รายละเอียดในเรื่องนี้ผมจะนำมาเสนอแน่นอนในเร็ว ๆ นี้    อย่าพลาดที่จะติดตามนะครับ

 

ที่มา : horasadthai.com
 
 

    ดูดวง          ดูดวงแม่นๆ         เกมส์          หางาน            

URL Multimedia Co.,Ltd 2008  All rights reserved.