ผู้ถาม : หลวงพ่อครับ คำว่า เจ้ากรรมนายเวร นี่หมายถึงใครบ้างครับ
?
หลวงพ่อ : เจ้ากรรมนายเวรนี่ตัวตนมันไม่มีหรอก มันเป็นเรื่องของกรรมที่เป็น อกุศลกรรม ถ้าบอกว่าเจ้ากรรมนายเวร ก็หมายถึงบาปที่เป็นอกุศลที่เราทำไว้ ตัวจริงที่เคยทำเขาไม่มายุ่งกับเราหรอก อย่างเราฆ่าปลาตายปลาเขาก็ไม่มายุ่งกับเรา แต่ว่ากฎของกรรมมันเล่นงานเรา ถ้าปลามานั่งจองเวรคอยลงโทษเรา แกก็ไม่ต้องไปเกิดละ!
คำว่า เจ้ากรรมนายเวร นี่นะ ถ้าพูดตามส่วนจะว่าไม่มีก็ไม่ได้ ถ้าหากเราปฏิบัติถึงขั้น สุกขวิปัสโก เราจะบอกว่าไม่มีตัว เพราะไม่เคยเห็น แต่ว่าตั้งแต่ เตวิชโช ขึ้นไปเขาเห็น ต้องพูดตามขั้นนะ ถ้าเราว่ากันตามหนังสือ ก็คิดว่าจะไม่มี
ผู้ถาม : แล้วถ้าเราอุทิศส่วนกุศลให้แก่เจ้ากรรมนายเวร เขาจะได้รับไหมคะ
?
หลวงพ่อ : คือว่าอุทิศไปให้เขาจะได้รับหรือไม่ได้รับก็ตาม บุญที่เราทำเป็นผลให้เกิดความสุข ไอ้กรรมต่างๆ ที่เป็นอกุศลที่เราทำไปแล้ว เราไปยั้งมันไม่ได้
.
แต่ทว่า ถ้าเราทำกรรมดี มีกำลังเหนือมัน มันก็กวดไม่ทันเหมือนกัน....
สำหรับคำอุทิศส่วนกุศลที่ใช้อยู่เดี๋ยวนี้ก็ยาวเหมือนกัน แต่ยาวตามท่านบอก....
บทอุทิศส่วนกุศลท่อนแรกให้แก่เจ้ากรรมนายเวรนั่น หลวงปู่โตฯ มาบอก....
อิทัง ปุญญะผะลัง ผลบุญใด ที่ข้าพเจ้าทั้งหลายได้บำเพ็ญแล้ว ณ โอกาสนี้ ข้าพเจ้าทั้งหลายขออุทิศสว่นกุศลนี้ ให้แก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย ที่เคยล่วงเกินมาแล้ว แต่ชาติก่อนก็ดี ชาตินี้ก็ดี ขอเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย จงโมทนาส่วนกุศลนี้ ขอจงอโหสิกรรมให้แก่ข้าพเจ้า ตั้งแต่วันนี้ ตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพาน
สำหรับตอนที่สอง ที่ให้เทวดาโมทนา พระยายมราช ท่านบอกว่า
เวลาอุทิศส่วนกุศลน่ะ ขอบอกให้ผมเป็นพยานด้วย
พระยายมราช ท่านบอกว่า ลูกหลานของท่าน ก็คือลูกหลานของผม และมันก็ไม่แน่นักหรอก บางทีไปอยู่สำนักผมมันอาจจะลืมก็ได้ เขาอาจจะนึกถึงบุญไม่ออก ถ้านึกถึงบุญไม่ออก ผมก็จะได้บอกว่า เขาสั่งให้เป็นพยาน มันเป็นธรรมดา ถ้าทำทั้งบุญทั้งบาป บางทีกรรมบางอย่างมันปกปิด เวลาถามเรื่องบุญนี่มันนึกไม่ออก ถ้านึกไม่ออก ก็มีความจำเป็นอย่างยิ่งจะต้องปล่อยให้ตกนรก หากว่าถาม 3 เที่ยว นึกไม่ออก ผมจะได้ประกาศว่า นี่เขาเคยบอกฉันไว้ เวลาทำบุญเขาบอกให้ฉันเป็นพยาน แล้วก็ประกาศกุศลนั้น ก็ได้ไปสวรรค์
ผู้ถาม : ทีนี้การอุทิศส่วนกุศลแก่บุคคลต่างๆ ที่ตายไปแล้ว จำเป็นไหมครับว่าจะต้องออกชื่อ รู้สึกว่ามีมากเหลือเกิน
หลวงพ่อ : ถ้านึกได้ก็ออกชื่อเขาก็ได้ ถ้าออกชื่อน่ะดีอยู่อย่าง ถ้ากรรมหนาอยู่นิด ถ้าออกชื่อ ถ้าออกชื่อเจาะจงเขาได้เลยนะ ถ้านึกไม่ออกก็ว่ารวมๆ ญาติก็ดี ไม่ใช่ญาติก็ดี
เอายังงี้ดีกว่า ถ้าขืนไปไล่ชื่อน่ากลัวจะไม่จบ มันมีอยู่คราวหนึ่งนานแล้ว ไปเทศน์กัน 3 องค์ บังเอิญที่ไปก็มีอารมณ์จิตคล้ายคลึงกัน เวลาเพลเขาก็ถวายอาหาร ก็มีพระอื่นด้วยรวมแล้ว 5 องค์
ทีนี้ตาทายกเขานำอุทิศส่วนกุศลในวันนั้น แก่ก็ออกชื่อคนตาย แล้วก็บรรดาญาติทั้งหลาย
ที่ตายไปแล้ว บอกเท่านั้นแหละ พวกผีก็เข้ามาเป็นหมื่นล้อมรอบศาลาอยู่
ไอ้คนที่เป็นญาติรับโมทนาแล้วผิวพรรณดีขึ้น ไอ้พวกที่มิใช่ญาติก็เดินร้องไห้กลับ
พอเขานิมนต์ขึ้นไปเทศน์ ตอนลงท้ายเขาถามกันถึงว่า การอุทิศส่วนกุศลทำยังไง
องค์ที่มีปากร้ายอยู่สักหน่อยบอกว่า....
ญาติโยมที่นำอุทิศส่วนกุศล อย่าให้ใจแคบเกินไปนักซี! อย่าลืมว่า
การทำบุญแต่ละคราวพวก ปรทัตตูปชีวีเปรต ก็ดี พวก สัมภเวสี ก็ดี
จะมายืนล้อมรอบ อย่างสวดบท อยัญจะโข น่ะ พวกบรรดาผีทั้งหลายทั่วบริเวณ
จะคอยโมทนา แต่ถ้าเราให้แต่ญาติ ญาติก็จะได้ แต่บุคคลอื่นไม่ใช่ญาติจะไม่ได้
ฉะนั้น ก็ควรจะให้ต่อ ๆ กันไป คือว่าให้ทั่งหมด ทั้งญาติและไม่ใช่ญาติ
(เป็นที่มาของ การอุทิศส่วนกุศล ท่อนที่ 3)
|