เมนูเว็บไซต์
ธรรมสอนใจ : การภาวนา

การภาวนา

(ดู 530) | ยังไม่มีคอมเม้นท์.
หมวดหมู่ ธรรมสอนใจ - Update: ต.ค. 24, 2011

ผู้ที่จะทำการภาวนานั้นจะต้องเป็นผู้ที่มีศีลมั่นคงและตัดกังวล* ได้ก่อนจึงทำการภาวนา เพราะหากศีลยังไม่ดี…. กังวลก็ยังไม่ตัด จะทำให้เป็นบ้าได้ และบุญที่เกิดจากการภาวนาของผู้นั้นเมื่ออุทิศออกไปให้เขา (ผู้อยู่ในโลกทิพย์) จะเกิดเป็นอันตรายกับเขาได้ อย่างเช่น ผู้ทำการภาวนาอุทิศบุญภาวนาไปให้เขาตรง ๆ เมื่อเขารับเอาไว้แล้วเมื่อเขาอธิษฐานใช้บุญนั้น แทนที่บุญนั้นจะเป็นตามที่เขาปรารถนา บุญนั้นก็จะเผาไหม้เขาให้มอดไหม้… ฟุ้งง…. ไปเลย อย่างเช่น หากเขารับบุญภาวนาไว้แล้ว เมื่อเขาจะเอาใช้เป็นปัญญาหรือเป็นฤทธิ์ของเขา พอเขาอธิษฐานจะใช้เท่านั้น ไฟก็จะเผาไหม้เขาให้มอดไหม้ฟุ้งไปเลย…. หมด (ตาย) แล้วสักพักเขาก็เกิดขึ้นใหม่อีก (เพราะบุญยังมีมากอยู่) แล้วทีนี้หากผู้ภาวนาแปรสภาพบุญให้เป็นสิ่งของก่อนแล้วจึงจะส่งไปให้เขา บุญนั้นก็จะแปรสภาพเป็นสิ่งนั้น ๆ อย่างสวยสดงดงาม เช่น แปรเป็นวิมาน แปรเป็นอาหาร เป็นต้น แล้วพอเขาเข้าไปอยู่ในวิมานหรือหยิบอาหารมากินเท่านั้น สักพัก…. วิมานหรืออาหารนั้นก็จะเกิดเป็นไฟฟู่ขึ้นลุกไหม้เขาให้มอดไหม้ไป เป็นเช่นนี้ ๆ จริง ๆ นะ จริง ๆ

ฉะนั้น ผู้จะภาวนาหรือผู้จะอุทิศบุญภาวนาให้แก่เขา (ผู้อยู่ในโลกทิพย์) ให้พยายามรักษาศีลให้มั่นคง และให้พยายามตัดกังวลออกให้หมดจึงทำการภาวนา ถ้าไม่เช่นนั้นก็จะเป็นอันตรายแก่ตนและแก่ญาติได้

แล้วทีนี้เมื่อศีลดีแล้ว กังวลก็ตัดได้แล้ว ก่อนจะทำการภาวนาก็ให้อธิฐานเปิดการจ่ายบุญก่อน แต่บุญที่เกิดจากการภาวนานี้ผู้ที่อยู่ในภพภูมิต่ำ ๆ เช่น ผี – ปีศาจ – เปรต – ผีเชื้อโรค รับได้ยาก

  • กังวล (ปลิโพธ) ๑๐ อย่าง คือ

๑.             ความกังวลเกี่ยวกับอาวาส (ที่อยู่อาศัย)

๒.           ความกังวลเกี่ยวกับตระกูล (ที่เขาอุปฐากหรืออุปถัมภ์)

๓.            ความกังวลเกี่ยวกับลาภ (ปัจจัยสี่)

๔.            ความกังวลเกี่ยวกับคณะ (พวกพ้องหมู่เพื่อน)

๕.            ความกังวลเกี่ยวกับการงาน (งานที่ทำและการก่อสร้าง)

๖.             ความกังวลเกี่ยวกับอัทธานะ (การเดินทางไกล)

๗.            ความกังวลเกี่ยวกับญาติ

๘.            ความกังวลเกี่ยวกับการเจ็บไข้

๙.             ความกังวลเกี่ยวกับคัณฐะ (คือ การศึกษาเล่าเรียนต่าง ๆ)

๑๐.         ความกังวลเกี่ยวกับอิทธิฤทธิ์

คู่มือ อุทิศบุญที่ได้ผล โดยพระอาจารย์เกษม อาจิณฺณสิโล

Comments are closed.